個人檔案p r e m y相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
11月25日 ปักกิ่งที่สุดของความหนาวดึ๋ยปี้ดดดดดดดดดดด ตอนนี้อยู่อาบู้
ยังจำได้ถึงความหนาวดึ๋ยของปักกิ่ง...
ลบสามองศา
ย้ำ
ลบ
สาม
องศา
ปี้ดดดดดดดดดดดดดด
แล้วไม่มีหรอกนะคะ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าเสื้อโค้ทอะไรหนะ
ที่เคยเอาไปใช้ที่แคนาดาตอนนู้น
ใช้แล้วก็รู้สึกเหมือนไม่ได้ใช้
เพราะเค้าออกแบบมาให้ข้างหน้าแหกไปลำปาง
เดินไปแหกไป ไม่ได้เสริมความอุ่นเอาซะเลย เจ๊เลยไม่เอาไป หนักเปล่าๆ...
เชอะ
เริ่มแต่ต้นไฟลต์
ตอนแรกเราอยากสวอปไฟลต์นี้มาก ขี้เกียจบินเพราะใกล้พักร้อน
แต่พอไปมาก็ไม่เสียใจ
เพราะลูกเรือดีมากๆ มากกกกก ถึงมากที่สุด
ปล อีแอร์โดนตรวจความประพฤติรอบที่สี่อีกแล้วนะคะ
นึกว่าปีละสามครั้ง กะทำตัวชิลถึงสิ้นปี
โดนซะงั้นไฟลต์นี้....
เยี่ยมเป็ด โดนกันสี่คน ไม่รู้เอาเวลาที่ไหนมาประเมินหนักหนา
อยากรู้ว่าไอ้ที่ประเมินๆไป
เราต้องมานั่งคิดเรื่องที่ต้องพัฒนา คิดซะว่าปีละสี่ครั้ง
ต้องพัฒนาสี่เรื่อง ทำงานมาสี่ปี ปาไปสิบหกเรื่อง
ตกลงตรูไม่มีดีเลยเหรอวะ... งง
อยู่ไปยี่สิบปี คงฆ่าตัวตายเพราะความเครียดว่าความดีหามีไม่...
กลับมาเรื่องต่อ..
เจอร์น่ารัก ผู้จัดการอาหารดี (หลังจากไฟลต์ก่อนหน้านี่สองไฟลต์ ออกแนวประสาท
แต่ไม่เอามาเล่าออกอากาศ เพราะจำไม่ได้หนึ่ง ไม่อยากจำสอง ลืมสาม ..เอ่อ ได้ข่าวว่าเหมือนกัน)
ลูกเรือคนอื่นๆก้อดี
จริงๆแล้วมันอยู่ที่ผู้จัดการเครื่องจริงๆนะว่าจะสร้างบรรยากาศอย่างไรในไฟลต์นั้นๆ
ถ้าสร้างดี ลูกเรือบันเทิงเฮฮา ความสุขมันก็จะมา
แล้วก็จะแฮปปี้เวลาทำงาน ...จริงๆขึ้นอยู่กับสันดานลูกเรือด้วย
แต่ว่าอะนะ...
ไฟลต์ขาไป หกชั่วโมงสี่สิบห้านาที
ขากลับ เอาไปเลยจ้ะ 9 ชั่วโมง
โอโห้ แทบจะตบหอยขมกินไปสามกระบุง
ยาวได้อีก คาดว่าอีกแว้บจะปลูกมันฝรั่งปลอดสารพิษ
ส่งออกเมืองจีนแล้ว...
นานได้อีก
อ่าวเฮ้ย ขาไปไม่เล่าเรอะ
จริง ลืมอีกแล้ว
ขาไปก็ทำงานกันชิลๆ เพราะเวลาบินปกติ
แลนด์ที่ปักกิ่งปุ๊บ เปิดประตูเครื่อง
ลมหนาววี้ดป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
นังแอร์ถึงกับระทวยกันไปตามๆกัน
หนาวม้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
โอ้โห ชีวิตนี้ไม่เคยหนาวดึ๋ยขนาดนี้มาก่อน
มันเข้าไปตั้งกะขา ...ขนแขนสะแตนอัพซะไม่มีดี...
ไอ้พวกกราวน์เค้ามีเสื้อหนาวแบบหนาๆ ไอ้เราดูแล้วก็อิจฉา
อยากจะกระชากมาใส่บ้าง
ไอ้พวกลูกเรืออย่างเราๆยืนรอกัปตัน
แทบจะกอดกันตายไปข้าง
ลบสามองศา...แม่เจ้า
เดินไปในสนามบิน ไม่มีคนเลย
ไม่แปลกใจ อากาศแบบนี้ นอนอยู่บ้านดีกว่าหวะ...
เมืองจีนเค้าก็คงความเป็นคอมมิวนิสต์ของเค้าได้นะ
ตึกเหลี่ยมๆตันๆ
ไฟลต์นี้ผู้โดยสารบางส่วนเป็นคนญี่ปุ่น
อยากจะบอกว่าถ้าเปิดรูทญี่ปุ่นละแกเอ๊ย แม่จะรีเคสมันทุกเดือนเลย
ไฟลต์ก้อดี แถมผู้โดยยังเริด มีมารยาท ไม่เรื่องมาก โอ๊ยชอบ
ต่างกับผู้โดยสารแถบนี้ดีจัง..(อุ๊บส์)
โรงแรมก็ยังเป็นโรงแรมเดิมที่คราวที่แล้วมากับป้านอร์ท
แต่ที่เสียใจมากคือ ประเทศจีนคะ
คุณรู้หรือไหมว่า ได้ทำลายความรู้สึกลูกเรือตัวน้อยๆอย่างดิชั้น
หากให้อินเตอร์เนทใช้แล้ว ใยจึงต้องบล็อคเฟซบุคด้วย!!
เค้าไม่ได้เล่นมาสามวัน
รู้ไหมว่าร้านอาหารชั้นเจ๊งบรรลัยพินาศขนาดไหน
ปลาชั้นไม่ได้รับสารอาหารแล้วจะเติบโตได้อย่างไร...
โกรธมาก.. ชิส์....
สั่งอาหารมากินที่ห้อง
คงเข้าใจว่าลบสาม ดิชั้นคงไม่ออกไปเดินซื้อเป็ดกินแถวตลาดหรอกนะ
มันหนาวเกินไป
ที่นี่รูมเซอร์วิสตลก
เอามาเสิร์ฟ กะเวลาให้ลูกค้ากินเสร็จ
แล้วก้อเริ่มปฏิบัติการโทรตามถาดอาหารทันที
ดิชั้นรับไปสองครั้ง
ครั้งแรก บอกไปว่ายังกินไม่เสร็จ
อ๊ะ โอเค สบายใจกินต่อ
อีกแว้บโทรมาใหม่
ป้าดดด
ป้าโมโหเกิด มันขาดแคลนมากนักเรอะ ซื้อมาแค่สามอันเหรอไง
จิกอยู่ได้
ชีวิตชั้นคงไม่ขโมยรถเข็นอุ่นอาหารของโรงแรมกลับหรอกไหม๊
ป้าเลยบอกไปว่าเดี๋ยวอั๊วเจี๊ยะเสร็จแล้วอั๊วโทรไปเอง
ลื้อไม่ต้องโทรมาแล่ว เข้าจายหม๊ายยยย
เค้าเลยเงียบหายไป
ค่อยยังชั่ว วันรุ่งขึ้นมาถามคนอื่นๆในไฟลต์
ปรากฏว่าโดนเหมือนกันหมด บางคนโดนไปเคาะประตูเลย
เราเริ่มเข้าใจว่ามันคงมีสามอันจริงๆหวะเฮ้ย....
ทำไมไม่ซื้อตุนเยอะๆหน่อยละนาย ฮ่วย
แล้วจะมาบังคับแขกให้กินเร็วๆเอาเรอะ...ไม่เข้าใจเลย
วันนี้บินกับกัปตันที่ขี้เก๊กที่สุดในโลกา ... จบ
นอกนั้น เรามาบันเทิงกับขากลับแทน
เก้าชั่วโมงเนี่ย ดิชั้นดีไซน์ไว้แล้วว่าจะทำอะไร
ทำเซอร์วิสกุบกิบสักสองชั่วโมง นอกนั้นไปนอน ฮ่าๆ
ความเป็นจริงนะเหรอ นั่งรากงอก ย้อยไปตาตุ่ม แม่งก็ยังไม่แลนด์สักที
เดินเข้าเดินออกไปดูผู้โดยหลับก้อแล้ว
เช็คส้วมก้อแล้ว
ไปเม้าข้างหลังก้อแล้ว
เล่นตลกกับเจอร์ก้อแล้ว
กินก้อแล้ว
วุ้ย ไมมันไม่ถึงซะทีวะ ขอลงกรุงเทพได้ไหมเนี่ย...
ตอนนี้ร่างกายยังปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เดี๋ยวหนาวชิบเหมือนปักกิ่ง กลับมาร้อนสาดที่อาบู้ ...
ชาติที่แล้วก็มั่นใจว่าไม่ได้เป็นจิ้งจก
ใครมันจะไปปรับตัวทันกันค๊า......
ตอนนี้เลยเริ่มมีอาการหวัด น้ำมูกไหล สูดจมูกฟุดฟิด ฮือๆ เอาแล้วไง...
แต่ต้องขอย้ำว่าไฟลต์นี้สนุกจริงๆจ้ะ ...ลูกเรือดีจ้ะ ชอบๆ... 11月17日 มหากาฬลอนดอนตั้งชื่อให้มันเว่อร์ๆไปงั้นแหละ
ปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างหันเหไปให้ความสนใจกับเด็กน้อยชื่อน้องเฟซบุคกันหมด
เราต้องกลับมาประคบประหงมน้องเปซบ้างไม่ให้มันเหงาใจ
จริงๆเราชอบน้องเปซมากกว่าฮิห้าอีกแฮะ
มันลงรูปได้ง่ายสะดวกดาย
แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีรูปให้ลงอยู่ดี
งั้นปิดฮิห้าไปละกัน
น้องเปซนี่เราก็กลับมาอัพๆเค้าบ้างเดือนละครั้งสองครั้ง
ดูมีเรื่องราวดี
พล่ามอะไรอยู่เนี่ย
จัดได้ว่าช่วงเดือนหลังๆมานี่บินน้อยมาก
แถมเจอมรสุมเงินน้อยตามตารางบิน
บวกมรสุมการผ่อนบ้านที่เล่นเอาอ้วกแตกผิดแผนมากๆ
มาหลายเดือนแล้ว อารมณ์เสียมากมาย (ไม่มากหรอก คิดมากทำไมน่าเบื่อ)
เพราะฉะนั้น ดิชั้นไม่สามารถทำตัวเป็นอีแอร์สาวออกแรดทุกเดสทิเนชั่น
เหมือนอย่างก่อนๆได้อีกแล้ว
ไม่สามารถช้อปกระหน่ำวันละหมื่น (อ๊าว บางทีคนเราก็พลาดกันได้)
เหมือนเมื่อก่อนๆๆๆๆๆนู้น ทำวันเดียว จนไปสามเดือน....
ทุกวันนี้ต้องเลือกว่าเดือนๆหนึ่งจะออกไปเที่ยวไฟลต์ไหน
จำกัดสุดริด...
เดือนนี้หวยออกที่ลอนดอน
ไปกับแบงกมลฤดี สาวนัชดาเหมือนกัน
ตอนแรกเจอร์ที่ใส่มาในตารางคือทิลด้า ยายจิตป่วงที่ดิชั้นเคยโดนเรียกสแตนบาย
ไปบินเมลเบิร์นกับมัน แล้วมันเสื่อมมากๆจนทุกคนมองตากันนะแหละ
บอกไอ้แบงค์ไปแล้วก้อเซ็งอนาคตไม่อยากบินกับมันอีกเลยอะ
สวรรค์มีจริง อยู่มาวันนึงชื่อทิลด้าหายไป
แล้วไฟลต์ลอนดอนเราก็เว้นเจอร์
จนท้ายสุด เค้าใส่คาเรนมาให้
คาเรนที่นี่ดันมีสองคน คนหนึ่งดีมาก อีกคนหนึ่งนั้นดีกรีพอๆกับทิลด้าแหละ
ขึ้นชื่อเลยทีเดียว
ปัญหาคือ เราได้คนไหนเพราะเป็นโรคจำชื่อเจอร์ไม่ได้
ดวงยังดีว่า มาเช็คไปมาแล้ว คาเรนเราดี
แต่ดวงเราไม่ตรงกัน
เพราะก่อนบิน เค้าเปลี่ยนเจอร์
เป็นเจ๊จาน่า...
อารยธรรมจาก 767 เพื่อนเก่าไอ้แบงค์สมัยนั้น
แบงค์บอกว่ายายนี่ขี้เกียจเอาโล่
ขี้เกียจไม่ว่า ดีซะอีก จะได้ไม่ยุ่ง
คนนี้เค้าดันไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักสิ่งอัน
(มีคำที่แรงกว่านี้ที่สงวนไว้)
เฮ้อ... เซ็งตั้งกะอยู่ในห้องบรีฟแล้ว
ปรากฏเหนือฟ้ายังส่งฟ้ามา
นั่นคือ ผู้จัดการอาหาร ชาวอิตาลี่
ชื่อแอนเดรีย วันนี้ประกาศชื่อทุกสิ่งอันไปให้หมดๆเลย
จะได้รู้ๆกันไป
อีนี่มาด้วยแอตติจูดแบบรับไม่ได้แล้ว
สบถตลอด ขนาดชาติพันธ์มันไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นะ
ยังสบถไฟแล่บขนาดนี้
ตอนแรกพยายามทำใจว่าสันดานคนชาตินี้เค้าเป็นแบบนี้กัน
ตอนหลังลมออกหูมาก จะด่ามันก้อด่าไม่ทัน
เพราะพอมันสบถเสร็จก็เดินสะบัดตูดหนีไปเลย
แม่ง วัยทองชัดๆ...
ขากลับ เกลียดมันมาก
เลยไม่พูดกับมัน
มาจิกอะไร แม่สวนกลับหมด แล้วเราถูกด้วย
เพราะก่อนทำเช็คมาหมดแล้ว
ทีนี้ต้องกลับมาขอโทษเราแทน เชอะ นังนี่นิ...
ข้ามสองเรื่องนี้ไป ไฟลต์นี้ดีมากเลยนะ
หมายถึงลูกเรือคนอื่น และกัปตัน
ไปลอนดอน จำเพาะว่าต้องเป็นวันอาทิตย์เนี่ย
กว่าจะไปถึงโรงแรมก็บ่ายแล้วไหม
กว่าจะออก ช้อปปิดห้าโมงเย็น
ตอนแรกจะไปเดินในเมืองสวยๆ
เพราะทำใจว่ามาคราวนี้จะขอสอยเข็มขัดพอล สมิธสักเส้น
แบงค์ก้อจะพาไป วางแผนกันไว้บนเครื่อง
มานึกออกตอนลูกเรืออังกฤษบอกว่าวันนี้วันอาทิตย์ ช้อปปิดไว
จบกัน
แล้วเป็นกันไหม พอไม่ได้ไปแล้ว อาการอยากได้มากจะกำเริบ
ดิชั้นเป็น เสียใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว
เราสองก็กลับไปเดินถิ่นสาหรี่ปลิว
ลิตเติ้ลอินเดียหรือฮอนสโลว์
อีกแหละ เบื่อจะแย่
ไปแล้วก็รำคาญ เหมือนอยู่อาบู้
มองไปก็ขัดตา มองมาก็ขัดใจ
จะไม่มองเลย แล้วตรูจะเห็นทางได้ยังไง..
จะอุดหูไม่ฟังสำเนียงมัน ...เบื่อ
สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาสักอย่าง
นอกจากท้องอิ่มจากบุฟเฟ่ต์อาหารจีน
และน้องแมคโดนัลด์ ที่หิ้วกลับมากินยามยากที่โรงแรม
โดยมีแบงกมล หอบข้าวของมานอนด้วย
เนื่องจากห้องเทอติดบันไดหนีไฟ
ในรูปแบบน่ากลัว เทอเลยตัดสินใจแล้วว่าจะต้องมานอนด้วย
เทอก็มาเลย น่ากลัวมากๆ..
จบลอนดอนแต่เพียงเท่านี้
ดูแล้วไม่เห็นมีอะไรน่าอัพ ก็เดิมๆ
แต่เดี๋ยวน้องเปซเค้าจะเหงาจิต
เลยเอาซะหน่อย..เชิ้บเชิ้บ 11月1日 กัวลา ..สี่ปีต่อมา...อีแอร์ไปกัวลาลัมเปอร์มาค่ะ
อยากจะบอกว่าเป็นกัวลาครั้งที่สองในรอบสี่ปี
ครั้งแรกหรอคะ ก็นู่นเลย ....สี่ปีก่อนเมื่อเริ่มบินใหม่ๆ
สิ่งเดียวที่จำได้คือโรงแรมเทรดเดอร์ที่ฮิโซมากๆ ห้องสวยหรูอลังการ
เรียกว่าเป็นโรงแรมที่เริดสุดเท่าที่เอทิฮัดเคยให้พักเลย
โลเคชั่นล้ำด้วยนะเคอะ เดินออกไปเจอห้างเลยทีเดียว
ป้าเดินแล้วแฮปปี้มากเพราะใกล้รองเท้าวินชี่ (ที่เมืองไทยราคาแพงตับนะค่ะ)
ตอนนี้ มันเปลี่ยนโรงแรมมาเป็นคราวน์ พลาซ่าแทนแล้ว
แต่ความอลังการของห้องมันไม่ต่างกันเลย ..กว้างใหญ่อลังพร้อมน้องอ่าง
อันโตบิ๊กเบิ้ม ...จนเราพร้อมกลายร่างเป็นน้องโลมาน้อยหรือวาฬยักษ์
ลงไปกลิ้งเกลือกนะแหละ...
อุ้ย ทำไมข้ามไปเรื่องโรงแรมก่อนละนั่น
กลับมาเรื่องไฟลต์
อันนี้เป็นไฟลต์ที่ลูกเรือดีขั้นเทพไฟลต์หนึ่งของปีเลย
ทุกคนน่ารัก เจอร์เริด กัปตันดี ลูกเรือดี
ทำให้รู้สึกแปลกๆไม่คุ้นชิน
ปกติแล้ว เมื่อสิ่งใดดี สิ่งอื่นต้องแย่
ไม่ต้องหวังว่าทุกคนจะดีมาก
ปกติจะมีเลวมาก แจมอยู่ในทุกไฟลต์
อันนี้เริดมากทุกสิ่งอัน คุยกันเฮฮามาก
ลืมบอกไป ดิชั้นบินกับไอ้นก ...หรือแฝดพี่ของดิชั้นเอง
คราวที่แล้วจะบินกับมัน แต่ดิชั้นชิงลาป่วยไป
ทุกวันนี้มันยังก่นด่าดิชั้นอยู่
พร้อมแช่งสารพัดว่าห้ามป่วยหนีมัน
ไม่อยากจะบอกว่าใครจะป่วยยะ นี่มันกัวลานะ
เชอะ
บนไฟลต์ ดิชั้นเป็นครัวชั้นธุรกิจ
ไอ้นกเป็นนางพญาชั้นประหยัด จึงไม่ได้ทำงานด้วยกัน
แต่มีการเดินไปทักทายตบไหล่ตบตูดกันตลอดเวลา
นี่รวมถึงลูกเรือชั้นอื่นๆคนอื่นๆด้วย
นี่มันอะไรกัน ขบวนพาเหรดมาทำงานหรอะ
ผู้โดยสารก้อนะ ส่วนใหญ่ก็กัปตันสายการบินนี้
ที่บินกลับไปบ้านอะแหละ
สรุปว่าตั๋วไม่ได้มีไว้ขายคนอื่นชิมิ...ขายกันเองอยู่แถวนี้แหละ
ไปถึงกัวลาเวลาอุบาทว์มาก บ่ายสอง
กว่าจะให้ผู้โดยออก กว่าจะเคลียร์เครื่อง
กว่าจะรถติดวินาสสันตะโร กว่าจะถึงโรงแรม
ล่อไปบ่ายสี่ มันจะออกไปไหนได้ละนี่
ถ้าอ่านจากสเปซที่แล้ว
จะเข้าใจสังขารอีแอร์ยุคปัจจุบัน
แต่ทริปนี้เรามองตากับไอ้นกปริบๆ
แล้วต้องถอนใจทำตัวเด็กด้วยการออกเลย
ไม่งั้นจะเสียเวลามาก
ป้าอาระบิคที่ทำงานกับดิชั้นเมื่อรู้ว่าเราสองจะออกเลย
เพราะไม่งั้นร้านรวงมันจะปิดหมด
ถึงกับอุทานว่า "อู้ว ชั้นต้องเป็นลมคาห้างแน่ๆ"
ไม่อยากจะบอกว่า กรูก็ว่างั้นเหมือนกัน ...
เมื่อถึงห้องที่อลังการดังบอกไปแล้วต้นเรื่อง
ดิชั้นอดไม่ไหว ไหนๆก้อไหนๆ
แช่น้ำอาบ ทำบับเบิ้ลบาธเล่นละกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ดิชั้นลงไปสายกุบกิบเลยค้าบ
วันนี้หลินจะมารับไปกินข้าวและเดินห้างตามประสา
เมื่อไปตามท้องถนน สังเกตได้ว่าเมืองเค้ามันจะเจริญทางวัตถุมากๆ
ตึมรามบ้านช่อง มันเป็นแข็งๆไปหมด
อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกว่าเป็นเมืองที่เจริญเร็วเกินกว่าจิตใจคน
คนไม่ค่อยมีน้ำใจ รีบๆเร่งๆ
คล้ายกรุงเทพ แต่เป็นแบบที่แย่กว่า
เพราะกรุงเทพมีความเป็นเมืองเก่าและทันสมัย
ถึงจะพุ่งทยานไปแต่ก็มีมุมโบราณหนะ
บอกไม่ถูก ...
เอ๊ะ ฟังดูมีหลักการที่ไร้เหตุผล
หลินพาเราไปที่ไชน่าทาวน์
แต่บ้านนี้เมืองนี้ ไชน่าทาวน์แม่งมีแต่อินเดียค่ะพี่น้อง
ไกด์หลินบอกว่าไชน่าทาวน์ไม่ค่อยมีคนจีน
เพราะว่าเค้าเปิดให้เช่า เลยกลายเป็นว่าไชน่าทาวน์เมืองเช่า
ที่มีแต่อินเดียๆๆๆๆๆๆ
มองไปมองมาเหมือนไม่ได้ทำไฟลต์มาหรอก
เหมือนอยู่อาบู้หนะแหละ....
แต่ว่า ร้านที่จะแนะนำวันนี้คือร้าน big mouth ..ที่มีรูปตาแป๊ะเป็นโลโก้
บะกุดเต๋อร่อยมากมาย...
ไม่นับอาหารอื่นๆที่เราสั่งมาอย่างหิวโฮก
ทุกสิ่งอันแสนอร่อย
ป้าฟาดกันเรียบ กินกับข้าวพร้อมกระเทียมสับพริกสับใส่ซีอิ๊ว
ปากเหม็นไปถึงไหหลำเลย
หลังจากอิ่มกันอ้วกแล้ว
หลินพาเดินไชน่าทาวน์ ที่เต็มไปด้วยกระเป๋าของก๊อป
ในรุ่นมหัศจรรย์ที่ตามติดช้อปกันมาเลย
ในสีสันนับหมื่นสีที่แม้แต่ช้อปยังคิดไม่ได้เลยมั้งนั่น
ทุกคนมีวิธีการขายที่อุบาทว์มาก
บ้างจะลากเข้าร้าน บ้างยืนเมี้ยนพวกตรู สันดรเอ๊ย...
เดินไปเดินมาเจอร้านน้องชานมไข่มุก อยากกิน
เลยขอเงินหม่ามี๊นก (เพราะดิชั้นไม่ได้แลกเงินมาค่ะ
ทริปนี้ยืมเจ๊เค้าตลอดแหละ)....
แต่หม่ามี๊นกอิ่มอ้วกจะแตกแล้วกินไม่ไหวเลยสมัครใจยืนดู
และดูดไปหนึ่งอึ๊กตอนเราบังคับ
แต่พอดิชั้นกินไปเยอะๆเข้าแล้วมันเข้าใจอารมณ์ไอ้นก
หลินเลยมีลูกทัวร์จุกอ้วกสองคนเดินตามช้าๆ
เพราะไม่สามารถเดินเร็วกว่านี้ไหว ของในไส้จะทะลักออก
จากนี้ไปเราจะไปเยือนห้างที่ชื่อคล้ายพาราก้อน...
เพื่อไปสักการะรองเท้าวินชี่
ดิชั้นทำการสักการะน้องรองเท้าโลฟเฟอร์ (แบบส้นแบนไว้
เดินช้อป คล้ายๆของทอดด์หนะ) ของวินชี่ พลัส
นัยว่าเป็นยี่ห้อไฮขึ้นของวินชี่ ราคาเลยแพงกว่าเท่านึง
แต่ก็ยังตกหลักพันต้นๆบาทนะคะ....
ไอ้นกนั่งมองดิชั้นลอง และเวิ่นเว้อว่าเอาสีอะไรดีอยู่นาน
แล้วจู่ๆชีก้อบอกว่า ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องมีสีขาวเบอร์แปด
ไอ้เราถึงกับเหวอ
การดูผู้อื่นลองทำให้ชีบรรลุถึงธรรมกันทีเดียว.....
วันรุ่งขึ้น เราต้องตื่นบ่ายสี่กว่าๆเพื่อทำไฟลต์กลับ
ก็ไม่มากไม่มาย ..ทั้งเราทั้งนก
ตื่นมาตรงเวลานั้นเลย
เรียกได้ว่านอนเก็บอัพเพราะการเดินเมื่อวานตามวัย
วันทั้งวันไม่ตื่นไปไหนไม่กินอะไร นอกจากสิ่งอันที่ซื้อมาเก็บไว้...
บนเครื่องก็เหมือนเดิม
ที่ไม่เหมือนคือเรามี VVIP เป็นคิงของมาเลย์นั่งมาด้วย
เพราะท่านจะเสด็จไปงาน F1 ที่อาบู้เชิญ
ป้าดดดดดดดดดดดดด
แต่ถึงยังไง เราก็ไม่เกร็งเท่าหากเป็นพระราชวงค์ไทยเสด็จหรอก
ทำตัวมิใคร่ถูก
ขากลับที่เหลือก็เหมือนขาไป ...ลูกเรือดีก้อเม้ามันกันไป
จบข่าวกับกัวลาหมดแรงแต่เพียงเท่านี้
10月23日 ฤาว่าตรูจะแก่ขึ้นนนนขออัพด้วยความพิศวงงงงวยของชีวิต
เมื่อผ่านพ้นการบินมาได้ อ๊ะ..สี่ปี
วงจรอุบาทว์ก็เกิดขึ้นกับชีวิตเรา
เป็นเพราะอายุมากขึ้น หรือว่ากำลังวังชามันลดน้อยลง
หรือว่าเพราะไปมาหมดแล้ว (ชิส์ไม่จริงสักหน่อย) หรือว่าอะไรก็ตามแต่
ปีนี้เป็นปีที่เที่ยวไม่สนุกเอาซะเลย..
(สงสัยมัวแต่ไปผ่อนบ้านดูบ้านซ่อมบ้านซะมากกว่า)
ปกติแล้ว เมื่อเริ่มบินแรกๆ ดิชั้นและผองเพื่อนเที่ยวกันระนาวนม
ไม่มีทริปไหนไม่ออก
การออกของเราคือ แลนด์ตอนเช้าปุ๊บ
จัดไปอย่าให้เสีย เก็บของออกเที่ยวทันที แล้วค่อยดึกๆกลับมาเอาหัวลงหมอน
สลบไป เพื่อที่จะออกเที่ยวใหม่ในวันรุ่งขึ้นแต่เช้าตรู่เหมือนเดิม..
ไม่มีการเสียเวลาด้วยการขอนอนก่อนออกเด็ดๆ
เวลาผ่านไป...
ปัจจุบัน ณ กาล...
ต่อให้เป็นไฟลต์กรุงเทพ ที่รู้ๆกันอยู่ว่ามีเวลาแค่ 24 ชั่วโมง
หาใดจะยอมเสียเวลาเพื่อการนอน เราต้องใช้เวลาน้อยนิดให้คุ้ม
มาที ไปมันสารพัดทิศ เล่นเอาเพื่อนฝูงงงงวยมากว่าจะไปไหนกะหนักกะหนา..
ชิส์ ทำไม่ได้แล้วย่ะ
ตอนนี้แลนด์ปุ๊บ ป้าต้องขอเอนกายสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อต่ออายุสังขารให้อยู่รอดไปวันๆ
แล้วไม่ต้องพูดถึงการใช้ชีวิตหัวหกก้นขวิดเช่นกลับมาเที่ยงคืนเพื่อตื่นตีสี่เด็ดขาด
ไม่มีวันนั้นแล้วละ
นับไปเลยว่าป้าต้องนอนแปดชั่วโมง ไม่งั้นฟังก์ชั่นสมองจากที่ไม่ทำงานเต็มร้อยอยู่แล้ว
จะเหลือแค่สามสิบ...อนาจจิต...
ตอนแรกนึกว่าเป็นอยู่คนเดียว
แต่จากการทำวิจัย สัมภาษณ์คนเที่ยวเป็นน้ำเหมือนเราๆมาหลายคน
ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จริง กูยอม..
ไม่สามารถแล้วจริงๆ...
สงสัยจะแรดมากเกินไปตอนบินใหม่ๆ..
ตอนนี้กำลังวังชาดับสุญ
มีที่ไหน บินเมล์เบิร์น พัก 30 ชั่วโมง
ป้านอนไปก้อ 24 ชั่วโมงแล้ว เรียกว่าสลบกันตั้งแต่หัวเครื่อง
ยันท้ายเครื่องกันเลยทีเดียว
เฮ้อ....เศร้าหวะ...
มาอัพให้เจ็บปวดเล่นๆแล้วก็จากไปอย่างสงบ...สวัสดี 9月27日 ชีวิตว่างๆจริงๆไม่รู้จะอัพเดตอะไร
ชีวิตช่วงสองสามเดือนนี้มันเหมือนเดิมๆ
บินๆ หยุดๆ ว่างๆ กลับบ้านๆ
หาเงินผ่อนบ้าน แต่งบ้าน ไปเดินงานเฟอร์นิเจอร์
เดินไอเคียที่อาบู้ เดินบุญถาวรที่กรุงเทพ
เจอได้ประจำที่โฮมโปร คาร์ฟูร์ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
เพราะมันอยู่ตรงข้ามบ้านนี่นา...
สยามไปนานๆที
แล้วก็ตะลึงกับความรวยของคนสมัยนี้ ...
มีฐานะกันจริงๆ เดินสยามพาราก้อนเหมือนเป็นที่ชูของแต่งตัว
แบรนด์กันหัวจรดเท้า..
เดินแล้วรู้สึกจนหวะ ออกดีกว่า
ไปเดินฝั่งสยามแทน
อันนี้รู้สึกแก่แทน
ชีวิตตู กลับไปเดินแถวแจ้งวัฒนะเหมือนเดิมก็ได้ฟระ
อันนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย รุสึกอยากไปสยาม ฮ่าๆ
เอายังไงดีกับชีวิต
ตอนนี้กำลังสั่งทำครัวอยู่
บ้านหนูจะมีครัวแล้ว
หลังจากดูลาดเลามาทั่วราชอาณาจักร
การแต่งบ้านสมัยนี้ ห้องนึงก็ปาไปไม่รู้เท่าไหร่
สามแสนแต่งไม่อยู่เลยนะ
ค่าครัวนี่ ดูมาหลายที่ ไอ้ที่สวยหนะ แพงหูฉี่ (เล็ดเลย)
ครัวปูน ก็เชย เชยแบบ ไม่ไหวแล้ว
ให้ทนยังไงก็ไม่ไหว ไอ้เรา ดีไซน์มาก่อน
ครัวปูนสวยๆของบุญถาวร นั่นก็ปาไปราคาเท่ากับครัวนำเข้าไฮโซกันเลยทีเดียว
ครัวธรรมดากุบกิบ ก็ไม่งามพอ
เรื่องมากมากเรื่อง
จนสุดท้าย
เจอครัวลดราคา บวกกับมีผ่อน 0%
ไม่พูดนะ ครัวมีผ่อน
จริงๆดิชั้นไม่ใช่สาวกเงินผ่อนนะคะ
มักคิดเสมอว่าจะผ่อนทำไมในเมื่อมีจ่ายเต็ม ก้อควรจะจ่ายไปให้หมดหนี้ซะ
แต่ตอนนี้ รู้สึกว่าภาระผ่อนบ้านมันเอาชีวิตดิชั้นไปหมดแล้ว
ผ่อนได้ก็ต้องผ่อน
ทนๆไป ปีสองปีคงดีขึ้นมากกว่านี้....
แฮปปี้
เดือนที่แล้วกลับบ้านสนุกมาก
เดือนหน้าก็ยังกลับบ้านอีก
เดือนต่อไปก็กลับบ้านอีก
วู้ๆ...ค่อยแฮปปี้ขึ้นมานิดหน่อย...
จบการอัพไร้สาระแต่เพียงเท่านี้
ขออภัยที่ไม่มีเรื่องไปเที่ยวอะไรมาอัพอีกต่อไป
เพราะคิดว่าคงไม่ได้เที่ยวไปอีกนาน...
อาจจะเป็นทริปงานแต่งหวานที่สมุยปีหน้านู่นเลยแหละ....
แป่วววววววววววววว 8月27日 ปวดตับ...ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพสเปซ
ประการแรก.. มัวแต่ไปเห่อกับบ้าน
ประการสอง...ติดเกมเฟซบุคงอมแงม งอมแงมเป็นเด็กเสียคน
ปลูกผักไปวันๆ จิ๊กผักจากฟาร์มเพื่อน ทำร้านอาหาร.... บ้าบอคอแตกทำควิซไปวันๆ
ประการสาม... เหนื่อยใจกับที่นี่ ได้ยินข่าวแต่ละเรื่องทำให้ขวัญและกำลังใจในการ
ทำงานต่างแดนมันหดลงไปเรื่อยๆทุกทีๆ แต่รุ้สึกว่าปีนี้มันยิ่งกว่าปีก่อนๆที่ผ่านมา
ที่ผ่านมาเราอาจจะเป๋ไปบ้าง ไม่อยากทำงาน งอแง
ทั้งหมดทั้งปวงมันเกิดจากตัวเรา ด้วยอารมณ์ขนาดนั้น อาจจะไม่อยากบิน
เบื่อ หรือกลับมาจากพักร้อนแล้วแป่วใจ ไม่อยากทำงาน
แต่ตอนนี้ มันกลายเป็นว่ามาจากปัจจัยภายนอก
ปัจจัยจากบริษัท
.... ไม่รู้ว่าทำไม ทำไมเค้าไม่ดูแลลูกเรือเลย
ไม่ได้หมายถึงด้านสิ่งของ
ที่อันนี้ต้องยอมรับว่าเค้าดูแลดีในระดับหนึ่งของการทำงานต่างบ้านต่างเมือง
มีที่อยู่มี่น้ำไฟใช้ฟรี
แต่ในเรื่องของจิตใจ...
ไม่รู้สึกเลยว่าบริษัทซัฟพอร์ตเรา...
ไม่รู้สึกเลยว่าเค้าใส่ใจลูกเรือ
ไม่รู้สึกเลยว่าเค้ายังเห็นเราเป็นคนที่ทำงานให้เค้าอยู่....
ยิ่งตอนนี้ ข่าวลือต่างๆนานาที่นับวันยิ่งแต่จะทำให้เรายิ่งรู้สึกดาว
ลงไปเรื่อยๆ......
เมื่อก่อนตอนจอยใหม่ๆ คิดไว้ว่าจะต่อสัญญาสักสองสัญญา
ประมาณหกปี...หนะแหละ
ถ้าย้อนกลับไป วันนี้ บริษัทดูแลลูกเรือเหมือนตอนนั้น
มันจะไม่เป็นปัญหาเลย
ตอนนี้รู้สึกแย่มาก ยังสนุกกับการบินอยู่
แต่ไม่รู้สึกคึกคักที่จะขอไฟลต์ไปบินนู่นนี่เหมือนแรกๆ
รู้แค่อยากขอแค่วันหยุด ที่ได้จะกลับไปบ้าน พักใจ...ทุกเดือนๆ
แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวมันแย่ลงเรื่อยๆ....
ไม่ได้หมายถึงลูกเรือด้วยกัน
แต่หมายถึงสภาพจิตใจลูกเรือที่แป่วลงๆ เรื่อยๆ...
เพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย...
แค่อยากบอกไว้ว่า...
มันจะยิ่งรู้สึกแย่ไปกว่านี้ได้อีกไหม... แย่จริงๆ
แย่มากกกกกกกกกกกกกกก
8月5日 ฟัก (แฟง) เอทิฮัดโอ้ว มันส์หยดตึ๋งๆเลยนะคะพี่น้อง
ก็น้องไฟลต์เมลเบิร์นของดิชั้นหนะสิ๊...
ขาไปไม่เท่าไหร่ ขากลับมีประวัติให้จดจำ
ด้วยแม่ชะนีนางหนึ่ง เป็นชะนีเลบานอน
สุดเท่ด้วยการแบกสมบัติทั้งตระกูลรวมทั้งสิ้นกระเป๋าห้าใบ
บ้าหอบฟางแบกขึ้นมาบนเครื่อง
ไอ้เราก็สงสัยกันว่ากราวน์ปล่อยขึ้นมาได้ยังไง
คราหลัง จึ่งได้รู้ว่า น้องชะนีนางนี้ ทำฤทธิ์เดชด้วยการกรีดร้อง
ตะโกนก้องฟ้าให้ได้ยินไปทั่วหย่อมหญ้าแดนเช็คอิน
ทำให้เหล่ากราวน์จนปัญญาเลยปล่อยมันขึ้นมา
(ทำไมไม่ออฟโหลดมันไปซะ ยังเป็นปัญหาคาใจอยู่)
ขึ้นเครื่องมาก็ลำบากชาวบ้านชาวเมืองต้องช่วยชียกของชี
ไปไว้ที่ ที่ดันจะต้องเป็นสุดหล้าฟ้าเขียว แถวสุดท้ายของชั้นประหยัด
ชีเริ่มร่ำร้องอยากอัพเกรด ด้วยเหตุผลงายๆว่า ก็อยากนั่งชั้นธุรกิจอะ
ทำไมหรอ...
(กรณีนี้เหมือนตอนไฟลต์ขาไป กระทาชายฝรั่งสองนาย
เดินผ่านชั้นหนึ่ง เกิดกิเลสท่วมหัว
เดินกลับมาถามดิชั้นที่ยืนบอร์ดผู้โดยสารอยู่ที่ชั้นหนึ่งว่า
อยากขออัพเกรด ไม่ทราบไฟลต์เต็มไหม ปู้ดๆป้าดๆปาทังก้าปาทังกี้
ต้องตอบว่าอะไรคะ อย่างนี้ ช่างกล้านัก
เค้าจ่ายเงินกันตูดละสองแสนสามแสน
อีนี่จ่ายมาไม่กี่หมื่นจะมาขอนั่งง่ายๆ ป้าดดดดด)....
กลับมาที่น้องชะนี
ที่ต่อไปขอตั้งชื่อว่า น้องมะนาว
น้องมะนาวก็ผิดหวังไป เพราะใครจะให้น้องมะนาวมานั่งในที่ที่น้องมะนาวไม่ได้
ออกกะตังสักกะแดงเยี่ยงนี้
แค่น้องมะนาวเอากระเป๋าขึ้นมาออกดอกออกผลแพร่พันธ์บนเครื่อง
ก้อถือว่าเป็นผลบุญยิ่งแล้ว
ต่อไปน้องมะนาวเริ่มออกความเป็นมะนาวดอง
เพราะเริ่มใช้ลูกเรือที่ช่วยแบกกระเป๋าไปให้
จิกเรียกว่า girl, put my bag up there!
โอ้ววว น้องมะนาว ....
พอเครื่องขึ้นน้องมะนาวได้อาหารก่อนคนอื่น
เพราะว่าดันนั่งติดครัว เค้าเอาถาดมาประเคนให้ถึงที่
น้องมะนาวเลือกปลา
แต่พอชิมรสแล้วไม่ถูกโฉลก
น้องมะนาวขอเปลี่ยน
แต่น้องมะนาวก็ต้องโมโหเกิดเพราะว่าชาวบ้านทั้งลำ
ยังไม่ได้กินเลย อาหารไม่พอ เลยต้องขอให้น้องมะนาว
รอให้คนอื่นได้กินก่อน ถ้าเหลือจะเอามาให้
น้องมะนาวโกรธ
โอ้ว ลืมบอกไปว่า จุดแรกที่น้องมะนาวเดินมาขึ้นเครื่อง
น้องมะนาวบ่นเป็นภาษาอาระบิค สั้นๆง่ายๆ ว่า
"ฟัก เอทิฮัด" ..
เหล่าลูกเรือเริ่มงงว่าน้องมะนาวหลุดจากเข่งนี้เค้าเป็นอะไร
ยังไม่ทันขึ้นเครื่องก็เริ่มเผยโฉมหน้า
(กุเรปันเพศหญิงวัยเยาว์)...
จากนั้น น้องมะนาวเริ่มก่นด่าทุกคน
เช่น CS, รวมไปถึงเจอร์
ว่า bitch ...
โอ้วววววววววววววววว
มะนาวผลนี้มันช่าง... จริงๆ
มีลูกด้วยนะ
สงสารลูกที่มีแม่แบบนี้จริงๆ
เฮ้อ......
พอกับเรื่องน้องมะนาว
ไปนอนก่อนละ มัวแต่เม้าเรื่องน้องมะนาวกับลูกเรือคนอื่นๆ
เหนื่อยจังเล้ย 7月26日 เมื่อเข้าอยู่จริง ...กับบ้านน้องโม กับน้องเหมียวเผือกอิอิ คริคริ ...
ข้าพเจ้าได้ทำการพักร้อนเสร็จสิ้นกิจของสงฆ์
ขอจารึกไว้ว่า นี่คือการพักร้อนครั้งแรก หรือการกลับเมืองไทยครั้งแรก
ที่ดิชั้น มิได้ย่างกรายเข้าไปเขตแดนสยาม ไม่ได้ไปตรวจกิจการพาราก้อน
ไม่ได้ไปเดินกรุบกริบตอนกลางคืนแถบสยามเพื่อช้อปของเซลล์
วู้ปี้วู้ปี้นะคะ
เหตุเพราะ เมื่อกลับไปวันแรก ได้ทำการแจ้งย้ายบ้านไว้กับ
บริษัทรับย้ายของ จะให้เรามายกของเองแหงกๆก็ไม่ไหวนะคะ
หนักเกิน แถมหลังแอ่นระแน้จากการทำงานที่นี่มากเกินไปแล้ว
ขอพักคือการพัก
การจ้างบริษัทที่เป็นมืออาชีพมาขนย้ายของนี่
ราคาก็ไม่ได้แพงเว่อร์หนักหนา เมื่อเทียบกับคุณต้องมาจ้าง
รถกระบะหรือสิบล้อมาขนสมบัติคุณก้อกี่พันเข้าไปแล้วละ
อันนี้ก้อแพงขึ้นมาอีกนิดหน่อย
แล้วคนพวกนี้เค้าถูกเทรนมาให้แพคของอย่างมืออาชีพ
ดูวิธีทำงานแล้ว เจ๋งหวะ ถ้าเราทำเองสงสัยสามวันแปดวัน
ไม่จบไม่สิ้น
อันนี้มาถึงจัดการกางกล่องกระดาษ (เราต้องแจ้งเค้าไปว่า
สมบัติเรามีอะไรบ้าง โต๊ะตู้เตียงอะไรก้อว่ากันไป คิดว่าจะใช้ลังยังไงก้อบอกเค้าไป)
แล้วเค้าก้อจัดการยกของลงห่อ แยกเตียงแบกตู้ ไม่นานก็เรียบร้อย
แต่เราตื่นตกใจกับสภาพใต้เตียงมากๆ
เหมือนมีกองขี้ฝุ่นขนาดมหึมาไซส์ประมาณเฮอริเคนแปดลูกกองอยู่
อ๊ายอายคนมาขนของ พยายามตลกบอกว่าของน้องชายค่ะไปแทน
สรุปแล้วเราก็ออกเดินทางจากบ้าน จากห้องนอนที่นอนมาแต่เด็ก
ต่อไปทั่นแม่จะทุบผนังทิ้ง ให้น้องชายมีห้องนอนใหญ่ๆอย่างที่มันอยากได้
แล้วก้อทำห้องน้ำใหม่ สนุกสนานกันใหญ่ไป
ไปถึงบ้านน้องโม ก็ลงมารอเค้าจัดการขนของลง
ช่วงนี้สงสารเค้ามาก ที่จะต้องคอยฟังว่าสมบัติเราชิ้นนี้อยู่ชั้นสอง
หรือชั้นสาม...ฮุฮุ...
วันรุ่งขึ้น หลังจากคืนแรกนอนพัดลมไปก่อน
เราก็เตรียมรับสมบัติที่ไปสั่งๆไว้เต็มไปหมด
เริ่มปรับปรุงบ้านไปเรื่อยๆ
อะไรไม่สำคัญ เราก็ทำก่อน
ไอ้ที่มันสำคัญ เอาไว้ทำทีหลัง
ใครบอกว่าต้องแต่งบ้านให้เสร็จก่อน
แล้วค่อยย้ายเข้าอยู่
แต่กรณีดิชั้น เวลาพักร้อนน้อยขนาดนี้
ใครจะไปรอวะคะ เข้าอยู่เลยละกัน ลูกทุ่งดี....
เท่าที่อยู่มา
โครงการนี้เค้าก้อเหมือนโครงการบ้านจัดสรรทั่วๆไป
คือ เมื่อโอนแล้ว ก้อรอแหงกไปสิกว่าเซลล์จะมาสนใจ
แต่ก่อนโอน มาจิกซะเยี่ยงลูกทาสลูกชะนีน้อยหอยสังข์
ปัญหาที่ดิชั้นพบเจอ ก็เรื่องเดิมๆ
ที่ต้องตามเก็บงาน บอกว่าจะมา ก็ไม่มา ก้อจะรอดูว่าจะมาไหม
ไอ้ที่ต้องทำเพิ่มและดิชั้นปวดตับมาจนบัดนี้คือ
ทำไม ทำไม ทำไม และทำไม ต้องเอาประเก็นส้วมดิชั้นออกไปด้วย
แล้วถ้ายาแนวส้วมไว้เฉยๆ มันก็เหม็นสิคะพี่น้อง
ตอนนั้นเราก็งงๆอยู่ ไม่รู้ว่าตัวนั้นคือประเก็น
มารับรู้ตอนหลังคือตอนนี้ ทำไงละนี่..เฮ้อ
ส่วนอาบน้ำที่เป็นกระจก ก็ยาแนวไว้ประสาอะไรไม่ทราบ
อาบน้ำแล้วน้ำมันกระเด็นออกไปเจ่งนองอยู่ข้างส้วมที่ไม่ระบาย
ไม่รู้ว่ายังงี้แล้วจะกั้นกระจกทำไม... เสียดายตังเปล่าๆ...
ห้องน้ำเหม็น กว่าจะมาแก้ ก็เกือบหมดพักร้อน
ได้อยู่ดมห้องน้ำหอมแค่วันเดียวก็ต้องกลับมาแล้ว
แต่รวมๆแล้ว มีความสุขจังเลยที่ได้อยู่บ้านตัวเอง
สนุกมากกับการออกไปเดินโฮมโปร เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
เอาท์เลทเฟอร์นิเจอร์ ไปอำเภอย้ายที่อยู่แจ้งเป็นเจ้าบ้าน
ไปเมืองทองซื้อผ้าม่านแพศยามาติดเอง
ช้อปปิ้งโต๊ะกินข้าว OGGI กุบกิบ ....
เดินโฮมโปรจนจำหน้าพนักงานได้หมดแล้ว เดินทุกวัน
มันต้องมีอะไรให้ไปซื้อเรื่อยสิน่า...
อยากไปดูเฟอร์นิเจอร์ยี่ห้อ OGGI เพราะมันเซลล์
ก็ไปถึงช้าไปนิด เพราะว่าเค้าลดมาระยะนึงแล้ว
ไปถึงมันเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ (แปลว่าประมาณสองตัว)
คือโต๊ะกินข้าวที่เราเอามา แต่เก้าอี้ยาวที่อยากได้มันขายไปแล้ว
ต้องสั่งทำใหม่ ... แต่ชอบจังเลย โต๊ะยี่ห้อนี่ น่ารักมาก ...
อยากทาสีบ้าน เพราะแพ้บ้านสีขาว
เวลาเค้ายกของไปมากระแทกแล้วมันดำ บาดใจ
น้องโซฟาแดงที่นอนสบายมาก
ขึ้นไปนอนอืดมันทุกวัน เปิดพัดลมฮาตาริเย็นๆ
ไม่ต้องพึ่งแอร์เลย
น้องระเบียงชั้นสามนอนสบายลมตึง
ออกไปอ่านหนังสือ มองไปบนเพดานเจอน้องจิ้งจก
ที่มันรู้ว่าเรากลัวมัน เพราะพอเรายื่นหน้าออกไปเจอมัน
มันจะชะโงกหน้ามาดู ถ้าเป้นเรา มันจะวิ่งเข้าไปหลบที่อื่นให้ไกลจากเรา
จะบ้าตาย จิ้งจกแสนรู้
และน้องแมวหลง ชื่อน้องเผือก ที่มากินหมูจากแหนมเนืองบ้านเรา
กลายเป็นคนเลี้ยงแมวไปซะงั้น
ชอบมาร้องเมี๊ยวๆจะเข้าบ้าน แล้วแอบเข้าไปนั่งชมบ้านเราตอนเราเผลอ
น้องครัวไม่สมประกอบ แต่เอาไว้เท่านั้นแหละ
ขี้เกียจทำตอนนี้
ฮือๆ กลับมาจากพักร้อนไม่อยากบินเลย
แต่ต้องสู้ทน อยากกลับบ้านหาน้องโมมมมมมมมมมมม
คิดถึงบ้านจังงะ....
7月6日 อัพเดตเรื่องน้องบ้านโมครานี้ค่อยใจชื้น ไม่ขึ้นราเป็นเห็ดเพาะชำแถวประจวบอีกต่อไปนะคะพี่น้อง
ได้รับการติดต่อจากทั่นพ่อ ผู้ซึ่งไปทำการตรวจเช็คบ้านเป็นรอบที่
สี่ล้านสามแสนสองหมื่นแปดพัน ว่า
ขณะนี้ ทางโครงการ (เซลล์หรือเปล่าไม่รู้ แต่วิศวกรนี่ชัวร์)
ได้แห่แหนกันมาซ่อมแซมบ้านดิชั้นให้สำเร็จตามแผนที่วางไว้
แม้มันจะล่าช้าไปอาทิตย์กว่า
แล้วทำให้ดิชั้นจิตตกอยู่บัดนี้
สิ่งที่ให้เค้าทำไปก็ไม่มากไม่มาย
ของดิชั้นสิบกว่ารายการ (ที่น้อยเพราะพยายามไม่มองละเอียด เอาแต่จุดหลักๆ
เนื่องจากไปรวมกับ..)ของบิดาดิชั้นอีก 32 รายการ
สรุปแล้ว ยื่นงานไปให้เค้า 4 หน้ากระดาษ A4 อุอุ...
จริงๆเราพยายามจะเข้าใจ และยังพูดเล่นกับจ๋าอยู่เลยว่า
การทำบ้านก็เหมือนกับการเป็นแอร์
เราไม่สามารถ please ทุกคน (หรือทุกหลัง) ในโครงการได้
บ้านมีสองร้อยกว่าหลังคาเรือน คนทำงานมันก็คงคิดว่า แหม แค่หลังเดียวมันจะอะไรกะหนักกะหนา
ทำไมเรื่องมากจัง
ก็เหมือนเรา เป็นอีแอร์
เจอผู้โดยสารเยอะๆ พอคนนึงเริ่มร่ำร้องก่าด่า
ลูกเรือก็จะประนามหยามเหยียดว่าทำไมเรื่องมากจังวะ
ทำตัวเป็นอินเดียนไปได้ อะไรแบบนี้
เอ.. มันก็ไม่ต่างกันเลยจริงๆแฮะ
วิธีคิดง่ายสุดทั้งสองแบบคือ..เอาใจเขามาใส่ใจเรา
นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ดิชั้น (หรือ ตรู หรือข้า หรือสรรพนามที่หยาบกว่านั้นในบางกรณี)
ไม่ได้ไปวีนจั๋งๆสักที
ในเมื่อเราเป็นลูกเรือ ก็ต้องคิดว่า ก้อเค้าจ่ายค่าตั๋วมาแพงนิเนอะ
(ทั้งๆที่ในความเป็นจริง การคิดระบบนี้จะเกิดขึ้นได้ หลังจากจบไฟลต์ไปแล้วนานเป็นปี
แล้วเอ เพิ่งนึกออกว่าผู้โดยสั่งน้ำหวะ ลืมเอาไปให้ เค้าจะเกลียดตูไหมเนี่ย.. เกิดขึ้นบ๊อยบ่อย)
แต่พอกลายมาเป็นเราเป็นคนซื้อบ้าน
ช่วยไม่ได้ที่เราต้องคิดว่า เย๊ย บ้านชั้น/ดิชั้น/เดี๊ยน/ตรู/ข้า/กระผม ซื้อมาตั้งสี่ล้าน
ทำให้สมราคาหน่อยสิวะคะ (เป็ดดองน้ำผึ้งเอ๊ย).....
และ ..มันมักจะอยู่ในโหมดนั้นด้วยอะสิ...
ตอนนี้เท่าที่รู้
บ้านเสร็จไปตามคำสั่งแก้ กว่า 60% แล้ว (มั้ง)
แต่ก็รู้ว่าถ้ากลับไป ดูอีก ก็เจออีก แต่จะพยายามปลงแล้ว (หรอ)....
อยากจะรู้นักถ้าคนดูไม่เป็นเลยเนี่ย จะทำยังไง
เพราะถ้าถามเรา เราก็ยังดูไม่เป็น ไม่ละเอียด อาศัยว่าพ่อเป็นวิศวกรเอา
ให้คุยเรื่องท่อน้ำอะไรไป ส่วนเราก็ดูเรื่องจุกจิก เช่นเรื่องความเนี้ยบของเนื้องาน
ถ้าถามว่าตอนนี้
ให้กลับไปเริ่มดู้บ้านใหม่เนี่ย แล้วต้องทำเรื่องทั้งหมดทั้งปวงใหม่เนี่ย
จะทำไหม ...(แหงะ คิดก้อเซงแล้ว ไม่ได้ยากนะ แต่ปวดตับ)
แต่ตอนนี้ ได้ยินว่าเพื่อนๆที่นี่ เมื่อเจอกระแสความเห่อบ้านของดิชั้นเข้าไป
เกิดกิเลสพุ่งปรี๊ด ความอยากได้ทะยานสูงขึ้นทะลุฟ้า
เพื่อนก็ขอนำเสนอ โครงการที่เพื่อนอยากได้เอง (ถ้ายังมีปัญญา)
เอาไว้สักเล็กน้อย ทั้งหมดทั้งปวง เป็นทำเลที่ดิชั้นคุ้นเคย
ถ้าไม่คุ้น ก็ไม่รู้จะไปอยู่เพื่อทำทากดองขายทำไม...จริงไหม
- อันนี้โครงการของ SC ASSET ชื่อ วิสต้า ปาร์ค
มีทั้งเป็นทาวน์โฮมสองชั้น สามชั้น และบ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวนี่เค้าใช้ชื่อว่าบางกอก บูเลอวาร์ดมั้ง
ก็สวยดี แต่ตอนนี้ตามันมองแต่ทาวน์โฮม
ถ้าไม่ได้ซื้อที่นี่ไป วิสต้าปาร์คก็น่าเอาไว้พิจารณานะคะ
ทำเลที่ดูไว้คือ เพชรเกษม 81 (บอกตรงๆว่าอยู่ไหนไม่รู้ แต่เข้าไปดูเวบบอร์ดบ่อยๆแล้วกิเลสพุ่ง)
ใช้ของดูดี (แต่ปลั๊กไฟสวิทซ์ไฟมิฮิโซเท่าของดิชั้นหรอกนะ ฮุฮุ)...
เค้ามีทำเลแจ้งวัฒนะด้วยนะ แต่ยังไม่เห็นเลย เพราะมันอยู่ตรงถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ดหนะ
- อันนี้แบบราคาย่อมเยา อยู่แถวโชคชัยสี่ หรือลาดพร้าว 71 ชื่อ เดอะ แพลนท์ ซิตี้
แต่อันนี้คาดว่าต้องเช็คบ้านดีๆหน่อย เพราะเป็นของโครงการพฤกษา
ราคาโอเคเลย ในเมือง ราคาล้านกว่าๆไปถึงสองล้านต้นๆ ถ้าได้หลังริมคงโอเค
มันเป็นทาวน์โฮมสองชั้น ...อยากไปดูของจริงเหมือนกัน...น่าสน
- สิรสา แจ้งวัฒนะ 6 แต่รู้สึกอยู่เกือบดอนเมืองหรือเปล่า
อันนี้บ้านเชยกว่าโมทาวน์ แต่ไม่รุสิ ชอบเหมือนกัน เป็นทาวน์โฮมสามชั้น
สามล้านกว่าๆขึ้นไปเหมือนกัน
- โอ้วบ้านเดี่ยวมีที่ ฮาบิเทีย บางใหญ่ (คล้ายฮาบิบทิ อ๊ะเปล่าหว่า)...
เครือแสนสิริ ราคาสามล้านกว่าๆ ไม่เคยไปดูของจริง แต่เค้าว่าอยู่ใกล้เมือง เดินทางสะดวก
ใกล้รถไฟฟ้ากว่าฮาบิเทีย ราชพฤกษ์ ไม่รู้จริงไหม ไปดูกันเองเด้อ....
- แลนด์ก้อมีพวกชัยพฤกษ์ อะไรงี้ สามล้านกว่าเหมือนกัน อยู่แถวๆเดียวกันนั่นแหละ
โซนนั้นบ้านเดี่ยวเยอะ ไม่เคยไปดู คิดว่าของจริงคงไปไหนมาไหนโดยปราศจากรถยากบรรลัย
ไอ้ตรงข้ามหมู่บ้านดิชั้นก็มี โครงการเดอะรูฟ แต่ไม่แนะนำ ถูกกว่าเยอะก้อจริง
แต่ได้ยินเรื่องปัญหาทางเข้าออก และรถบรรทุกเยอะแยะมากมาย อยู่ไปเดี๋ยวปวดตับ
- โอ้ว อันนี้เด็ดมาก ถ้ามีตังเหลืออยากซื้อเก็บไว้เอง
โครงการพราวน์ แจ้งวัฒนะ ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่แม่งซอยบ้านดิชั้นเอง แต่ลึกเข้าไปอีก
ยังสร้างไปไม่ถึงไหน แต่ยอดจองเยอะเชียว
เพราะว่าถูก แถมยังมีเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วย
แบบสองห้องนอน ประมาณสองล้านห้าได้มั้ง
(แต่ถ้าเป็นเรา ยอมเพิ่มอีกห้าแสน มาซื้อทาวน์โฮมสองชั้นดีกว่าหวะ ไม่ชอบอยุ่คอนโด)
- คอนโดอีกอันที่โอเคน่าอยู่ แถมอยู่ในเมืองคือ ไอดีโอ อะไรสักอย่างที่ห้องมันเป็นสองชั้นหงะ
อึดอัดน่าดู แต่น่าอยู่...
เวบไซค์ดูเรื่องพวกนี้ก็นี่เลย..
prakard.com
home.co.th
pantip.com อะไรแถวนี้
แล้วมันก้อลิ้งๆไปเองแหละ... อ่านไปอ่านมาจะติดมาก
จากเมื่อก่อนติดสยามแบรนด์เนม (ทั้งๆที่ไม่ได้ซื้อหรอกนะ แต่ชอบดูคนเอากระเป๋ามาอวด
บางใบดูแล้วรู้สึกว่า จะอวดทำไมเนี่ย...) ตอนนี้มาติดเวบของแต่งบ้านแทน
แล้วก็เดินงานเฟอร์ต่างๆ จนจำร้านได้หมดแล้ว
ที่ไม่น่าพลาดเลยคือ งาน BIG ที่มีปีละสองครั้งหนะ... ต้องไป เน้นๆๆ
ตอนแรกๆเลย แนะนำให้ลองยื่น pre-approve ดูก่อน
ถ้าบัญชีเมืองไทยมันเดินสะพัด เงินเข้าเงินออกอะไรนี่ จัดไป
ถ้าไม่มี อาจจะต้องมีคนกู้ร่วมนิดนึง หรือว่าให้ใครค้ำ
ของเราเป็นทั้งสองกรณี เพราะว่าแบงค์อยากได้คนที่มีที่อยู่เมืองไทย เอาไว้ให้รู้ว่าอีนี่มันซื้อแล้ว
ไม่หนีไปไหนแน่นอน...อิอิ
ตอนนี้แนะนำให้ลอง
- แบงค์ทหารไทย (แต่ไม่รู้ว่าอาชีพเราๆมันจะช่วยไหม เพราะว่าเคยไปแย๊บๆถาม เค้าบอกว่าไม่น่าผ่าน)
- นครหลวงไทย อันนี้ของเราเอง กู้ได้เยอะ อาจจะเพราะโคกับโครงการ ดอกเบี้ยโอเค ไม่ดีเท่าทหารไทยกับอาคารสงเคราะห์
แต่ก้ดีแล้วในความรู้สึกเรา โปะได้ตั้งแต่เดือนแรก ลดต้นลดดอก ...บลาๆๆ จำบ่ได้แล้ว
- อาคารสงเคราะห์.. อันนี้เคยได้ยินเด็กเอทิฮัดไปยื่นกู้ แต่กว่าจะรู้เรื่อง ส่งเอกสารกันไม่รู้กี่ตลบ
ไอ้เรามันคนแพ้เอกสาร ..ขอเอาแบบง่ายๆชัวร์ๆดีกว่า...แต่ได้อันนี้คงจะดีเรื่องดอกเนอะ...
สรุปว่าจะช่วยเพื่อนให้มีบ้านขึ้นอีกไหมเนี่ย ฮ่าๆ .....
สรุปว่า วันที่ 9 นี้จะกลับไปอยู่บ้านน้องโมแล้วนะคะ...แฮปปี้มากๆ
เพราะทนที่นี่ไม่ไหวแล้ว
อาการกำเริบทุกสามเดือน ตอนนี้ยิ่งดาว เพราะว่ารู้สึกว่าที่นี่มันกวนตรีน
ไม่เคยให้อะไรตอบแทนลูกเรือเท่าไหร่ (ไม่เกี่ยวกับสภาพการเงินเศรษฐกิจใดใด)
เกี่ยวกับกำลังใจในการทำงานมากกว่า ชิส์ เซ็งเป็ด
ทำให้เค้าเซ็ง เค้าก็ไม่มีอารมณ์ไปนั่งจับทากกินตามที่ต่างๆ
แล้วมาเม้าอีกหรอกนะ เช้อ....
หงืดหงาด....กลับบ้านดีกั่ว คิดถึงน้องโมจังเลย
เห่อว้อย เห่อ ...เพื่อนๆไปเยี่ยมหนูด้วยนะคะ
บ้านไม่มีอะไรรับรองหรอก แต่อยากให้มา ...จุ๊บส์ๆ 7月2日 ลอนดอนเร่าร้อนอู้วววววววววว
เพิ่งกลับจากลอนดอนแบบ back-to-back คับพี่น้อง...
แต่วันนี้ จารึกไว้ว่ามันคือการเริ่มศักราชใหม่ของเอทิฮัด
เรามี cabin senior อย่างเป็นทางการแล้ว
ไฟลต์ลอนดอนของเราประเดิมด้วย "ไอ้บี"
เพื่อนๆร่วมไฟลต์ถามว่าทำไมไม่สมัครบ้าง
เราได้แต่ตอบว่าขอดูสภาพเพื่อนวันนี้ก่อน
เมื่อจบวัน ก็ได้ข้อสรุปครั้งที่ล้านว่า ไม่ต้องเป็นหรอก ถ้าอยากอยู่นานๆ
ปวดตับเปล่าๆ.. สงสารมัน วิ่งขึ้นวิ่งลง วิ่งเข้าวิ่งออก หานู่นหานี่
วิ่งทั่วลำ...
แลนด์ที่ลอนดอน จากที่ตอนแรกบีบอกว่าจะไปช้อปปิ้ง
มันถึงกับเปลี่ยนใจ... บอกว่ากูนอนอยู่โรงแรมดีกว่า
เราเลยกินข้าวกับ พร้อมปรับทุกข์กับเด็ก FA ที่ท้าทายสติปัญญาเกินไป
แต่เท่าที่เจอยังรู้สึกว่ายังเป็นเคสซอฟๆ ไม่หนักหนามาก
แต่ก็ทำเอาเราสติเสียได้นะ
เราไปถึงลอนดอนตอนบ่ายๆ
กะว่านอนสวยๆสักห้าหกโมงเย็น เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตีห้ากว่าๆ
โช๊ะ
หลับไปอย่างสงบ
ตีหนึ่งกว่า
ได้ยินเสียงหวอออออออออ
งัวเงียตื่นขึ้นมาว่า เฮ้ย ตุอยู่ไหนเนี่ย
เฮ้ย ได้เวลาตื่นแล้วหรอ
เฮ้ย มันคืออะไรวะ
เฮ่ย แล้วต้องทำไงต่ออะเนี่ย
เอาวะ โทไปหาไอ้บี
แล้วไอ้บีโทกลับมากรี๊ดบอกวว่าเมิง ชาวบ้านเค้าอพยพกันหมดแล้ว ออกมา
ช่วงนั้น กะลังมึนๆงงๆ เคยเป็นไหมคะ กำลังหลับๆได้ที่เลย
คว้าได้แค่มือถือ กับคีย์การ์ด
เปิดประตูห้องออกมาเจอลูกเรืออินโด มันออกมมาทั้งชุดนอนสายเดี่ยวบางหวิว
เราก็บอกมันว่าไปเร็วยู ลงไปได้แล้ว
ทีนี้วิ่งพล่านกว่าเราอีก
โวยวายว่า คีย์การ์ดชั้น ๆๆๆๆ
ตูจะบ้า
ไอ้บีมาพร้อมกว่านั้น ชีมาทั้งกระเป๋าลูกเรือเลย
แต่เราเหรอ ลงมาทั้งชุดนอนน้องแกะสีเหลือง พร้อมรองเท้าเคบิน เพราะไม่มีสลิปเปอร์
แต่ยังไงก็ยังดีกว่าน้องอินโดแหละนะ
ลงมาเจอผู้คนมากมาย เพิ่งรู้ว่าโรงแรมนี้แขกเยอะขนาดนี้
ดีว่ามันแค่สี่ชั้น
ไม่งั้นตายแน่
ลงมาเจอลูกเรือคนอื่นๆในไฟลต์ พร้อมลูกเรือสายการบินอื่นๆ
รู้ได้ยังไงอะเหรอคะ
ก็มันถือกระเป๋าลูกเรือลงมาเหมือนกันนะสิ...
แล้วก้อตาฝรั่งคนนึง ไม่รู้รีบหรืออะไร
ฮีลงมาแบบ คลุมตัวด้วยผ้าปูเตียงอะ
สงสัยไม่ทัน
สรุปกว่าจะได้กลับไปนอนก้อตีสองกว่า
กว่าจะหลับปาไปตีสามกว่า
ตีห้าสี่สิบห้า นาฬิกาปลุกดัง
เมี่ยงกรอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
ชีวิต...
ลงมาแบบศพๆ พูดจาไม่รุ้เรื่อง
แถมโดนยึดลิปกรอสไปด้วย เพราะว่าลืมเอาไปใส่ถุงพลาสติก
เมี่ยงกรอบสองโลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
พูดจาไม่รู้เรื่องมาตลอดเวลาทั้งไฟลต์ 6月29日 เอ๊า เห่อกันเข้าไปข้างนึงเลยพี่น้อง...อะนะคะ
ในเมื่อเปซก่อนๆจะแอบๆเห่อบ้านกุบกิบๆ
วันนี้ ขอเต็มที่เลยละกันพี่น้อง..
ก็บ้านดิชั้นมันโอนแล้วนิคะ...
มันคือ ของตูแล้วววววววววววววววววววว
คุณพ่อบอกว่าตำบลบ้านเหมาะกับนิสัยมาก
ชื่อตำบล "บางพูด" ... ฮ่วย
ขอเริ่มการเห่อก่อนแล้วจะส่งท้ายความอัปรีย์ศรีของโครงการ
ให้เค้ากันทั่วบางเลยว่า บ้านสี่ล้าน มันปวดตับเยี่ยงนี้ ไปซื้อล้านกว่าแล้วปวดตับเหมือนกัน
ยังจะดีซะกว่าไหม อย่างน้อยคงไม่เครียดเท่านี้....
มาเรื่องเห่อ
วันก่อน กลับบ้านไป
จารึกไว้เลยว่าวันที่ 24 มิถุนายน ข้าพเจ้า
ได้ไปทำการโอนบ้าน พร้อมรับหนี้ก้อนโตมาเรียบร้อยแล้ว
ณ ที่ทำการที่ดิน ที่แถวๆเมืองทองธานี
ก่อนหน้านั้น
เมื่อเริ่มจะซื้อบ้าน
คนเราก็เริ่มไปเหมาเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าตามงานต่างๆ
มารอท่าแล้ว
ตอนนี้รู้สึกว่า อีบ้า จะรีบไปไหนเนี่ย
แต่ก็นะ ได้ทำการสั่งให้มาส่งของในวันที่ดิชั้นพักร้อนแล้วละ
การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าคราวละเยอะๆกะว่ามาทีเดียว
ได้ครบบ้านหนะ ข้อดีก็คือ เราจะได้ส่วนลด หรือของแถม
อะไรก็ว่าไป
ของดิชั้น เดินโฮมโปร เดินไปเดินมา ซื้อจนได้ทีวีจอแบนแถมมา
เอาวะ ยังไม่มีงบใช้พลาสม่าสวยๆ ก็เอาอันนี้ไปก่อน
เสร็จกิจจากการโอนบ้าน
เราก็เข้าไปชื่นชมบ้านกันต่อ
แล้วการปวดตับขั้นอักเสบก็เริ่มขึ้น
ตอนนี้สิ่งที่อยากเรียนถามเจ้าของโครงการ ผู้จัดการโครงการ
เซลล์ ไล่ไปถึงโฟร์แมน หรือวิศวกรโครงการ
อยากรู้มากว่า ถ้าบ้านคุณท่านทั้งหลาย
มีสภาพอย่างที่พวกเอ็งพยายามให้ข้าเจ้าอยู่เนี่ย ..เอาไหม???
ขอร่าย
ตอนแรกต้องขอบอกไว้ก่อนว่าโครงการนี้เค้าใช้ของดี
ดีมากด้วย
เข้าไปดูครั้งแรกประทับใจกับสวิทซ์ไฟ หรือปลั๊กไฟ หรือ
สุขภัณฑ์ หรืออื่นใดก้อตามที่มันมีให้
เพราะเราเข้าไปดูบ้านที่จะเป็นของเราไว้ก่อนแล้ว
เลยได้เห็นว่ามันเป็นยังไง
เห็นว่าเค้าใช้ของดีจริงๆนะ
แม้จะอ่านพันทิพย์หรือเวบบอร์ดอื่นใด
(ปล ตอนนี้ติดเวบประกาศอย่างแรง ใครอยากซื้อบ้านต้องอ่าน)
เค้าก็ว่าตรงกันว่าอีโครงการนี้มันใช้ของดี
แต่ finishing ไม่ดี
ไอ้เรายังชิลว่าตูคงไม่ซวยขนาดนั้น
เห้อ น้อยไปสิ
ตอนนี้ รู้สึกว่า ตรูเนี่ย ซวยที่สุดแล้ว
หะแรกเลยเนี่ย ปัญหาใหญ่ที่เห็นคือพื้นชั้นสอง
ไม่ทราบเค้าทำยังไง เดินแล้วมันด๊วบๆ
เลยสั่งแก้
โครงการก็แก้ให้นะ แหกแม่งทั้งบาง รื้อทั้งชั้น
แต่ออกมา ห้องนอนข้างหลังก้อยังด๊วบๆอยู่ดี
ก็ยังโอเค เพราะว่าโครงการปูนมันแข็งแรง รับได้
ทีนี้ไอ้เรื่องสวิทซ์ไฟเนี่ย
ไม่ทราบทำยังไงกัน มันถึงไม่เรียบ
เข้าใจไหม สวิทซ์ไฟเวลากดหนะ มันควรจะราบเท่าๆกันสิ
วันนั้นไปเจอโฟร์แมนกำลังแก้ให้อยู่เลย
แล้วก้อเห็นๆเลยว่ามันไม่เรียบ บอกไปแล้วนะ
ไม่มีปัญญาทำให้เรียบหรอไง อยากจะรู้นัก
บางอันนี้เด่ออกมาเลยทีเดียว
เซ็งเป็ดเบอร์หนึ่ง
ก๊อกสอง
เรื่องใหญ่ของวันนี้
ห้องนอนใหญ่ชั้นสาม
กระจกแตกปูดใหญ่มากต้องเปลี่ยน
ก๊อกน้ำยังไม่เอามาใส่ให้
กระจกกั้นส่วนเปียกแห้ง ก็เปิดไม่ได้องศา
ปิดที่กันกระแทกเบี้ยว
อย่างงงว่าโครงการนี้มีตลับเมตรหรืออะไรเอาไว้วัดไหมเนี่ย
หรือคนทำมันตาเข
หรือว่าบ้านมันอยู่แบบนี้ เลยคิดว่าคนอืน่อยากอยู่ด้วย
ไอ้พื้นด๊วบๆก็เป็นบ้างบางจุด แต่ช่างมัน
ขืนแก้อีก ได้ตายไปข้างแน่ๆ
ที่เด็ดดวงขมังเวทย์สุดคือระบบท่อระบายน้ำ
อะไรเอ่ย ราดน้ำไปแล้วไม่ระบาย
เมี่ยงกรอบ
เกิดมาเป็นท่อน้ำ แต่ไม่ระบายน้ำ
วุ้ย
ล่าสุด พอไปให้แก้
แก้ไปแก้มา
ล่อเอาซะน้ำรั่วลงมาชั้นหนึ่ง ไหลเป็นทางไทรโยค
เจ๊อยากจะบ้า
ตกลงที่มาซ่อมบ้านให้เนี่ย
เค้าซ่อมเป็นจริงๆไหม หรือว่าเค้าจ้างไก่กาอาราเร่ที่เดิน
อยู่ตามสะพายลอยหน้ารามหรือเหม่งจ๋ายมา
ทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ตอนนี้มีเวลาให้ถึงวันที่ 1 กค.
หลังจากนั้น
แม่จะสำแดงเดชให้ดู
อยากรู้นัก ว่าบ้านคนพวกนี้เค้าอยู่ยังไง
แค่ทำให้เหมือนที่ตัวเองอยู่หนะ ทำไม่ได้รึไง
ทำงานชุ่ยๆ
หินประดับหน้าบ้านก็มีรอยแดงๆเป็นจุดๆ
ใครมันเอาน้ำหมากไปสาดหินบ้านชั้นเรอะไง
ไม่เข้าใจ
จำไว้นะว่าในสัญญาบอกว่าวันที่หนึ่งต้องเสร็จ ....
คอยดูละกัน..
อยู่เมืองนอก ก็วีนได้นะวุ้ยยยยยยยยยย
ชิส์ รมเสียยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 5月31日 บองชู่ว์ มาดาม.... แม๊กซี่ บูกู.....ในเมื่อคนเราจะไปปักกิ่งกับป้านอร์ทมาแล้ว
แต่ไม่พอ เดี๋ยวนี้โปรโมชั่นรีเคสหนึ่งแถมฟรีหนึ่งระบาดมาถึงชาวเรา
ดิชั้นต้องไปปารีสกับป้าเค้าอีกไฟลต์หนึ่งค่ะ
จุดนี้คือการบินด้วยกันเจ็ดวันติดแล้ว
ต่อไปบินคนเดียวเหงาแน่เลยตู....
ทริปนี้ประกอบไปด้วยสี่ลูกเรือจากไฟลต์ปักกิ่ง
แถม FO มาอีกคน... ดิชั้นว่ามันนิสัยประหลาดๆ หน้าหม้อแปลกๆ
แต่เป็นเฉพาะเป็นคนผมทองนะคะ.. ไม่รุจะว่าไงเหมือนกัน...
บนไฟลต์ไม่มีอะไรมาก นอกจากว่าเมื่อดิชั้นกลับสู่โซนที่ชอบ ชีวิตที่ใช่
(ชั้นธุรกิจไง) มันก้อจำเป็นจะต้องเต็มอะนะ...
เฮ้อ ส่วนป้านอร์ท เค้าก้อเต็มเหมือนกัน
แต่เค้าชั้นหนึ่ง จะเต็มให้ตายยังไงก้อยังสวยๆใสๆอยู่นะคะ
ผู้โดยกินบ้างประปราย ส่วนใหญ่จะรีบนอนเพื่อตื่นมากินข้าวเช้ามากกว่า
มีคนนึงน่าสงสารมาก
ฮีพูดภาษาอังกฤษ แต่เจือสำเนียงฝรั่งเศสที่หนักมาก
จนดิชั้นฟังไม่ออกว่าเค้าต้องการอะไร
ลองอยู่สิบสี่รอบ จนทั้งคนพูดคนฟังเหนื่อยก้อไม่ได้
เค้าเลยไม่เอาอะไรเลย
มิใยที่ดิชั้นควานหาคนพูดฝรั่งเศสได้มาแปลให้แล้ว
ฮีก้อไม่กิน
ก้อง้อเค้าอยู่นิดหน่อยพอให้เป็นคนดี แล้วก้ออ๊ะ ถามแล้วไม่กิน
ชั้นไมผิดนะยะ...
นอกนั้น ก้อหมดไปกับการนั่งเม้านั่งโม้
ทริปนี้ดิชั้นรับบทชะนีขายของ ก้อต้องมานั่งนับสินค้าของตัวเอง
บันเทิงแปลกๆ
ตอนเช้าก่อนแลนด์ ให้บังเอิ๊ญ เทอร์บูแลนซ์แรงมาก
ขนาดกัปตันต้องประกาศให้ลูกเรือเลิกทำงาน นั่งจุ๊มปุ๊กบนจั๊มซีทไปเกือบชั่วโมงแนะ
จนเกือบหลับ
พอจบกันไป ปรากฏว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเตรียมตัวเอาเครื่องลงแล้ว
ผู้โดยทั้งลำก้อรอรับประทานอยู่
ก้อเซิ้งกันไปไม่ต้องมองหน้าค่าตากัน
รู้ตัวอีกที อ่าวแม่งแลนด์แล้วนี่หว่า...
ครานี้ สิง่ที่ดิชั้นฝันใฝ่ได้เกิดขึ้น
ปารีสมันเปลี่ยนโรงแรมครับพี่น้อง
อันเก่านี่คือ เก่าจริงๆไม่ติงนังเลย
แต่ดีที่ว่าเตียงนุ่ม เท่านั้นแหละ
อันใหม่นี่คือ โรงแรมแมริออท
ไม่รู้สายการบินมันมีสัญญาอะไรกับแมริออทหรือเปล่า
ทั้งที่แมนเชสเตอร์ มิลาน ซิดนีย์ เมลเบิร์นแล้วนี่มาปารีสอีก
แต่ทุกที่จะเหมือนกันตามแบบแมริออท
คือเตียงและหมอนเริด
ห้องน้ำโอเค
นอกนั้น ไม่มีอ่าอะไรเลย เช่นรูมเซอร์วิส
เมนูบักกรวกมาก
แล้วดั๊นจะรับประทานอะไรในยามยากวะคะ...
อยู่พูลแมนแสนเห่ยยังมีเมนูที่หลากหลายกับปลาทะเลมากกว่านี้
อันนี้ดิชั้นจะออกไปล่าทากมากินยังไม่ได้เลย
เพราะโรงแรมมันโลเคทในสถานที่อโคจรของเหล่าอาหารมากๆ
เอาวะ ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราสำรวจลู่ทางเอาไว้ในคราวหน้า
เผื่อจะได้เอาอาหารมาแช่ตู้เย็นกิน แล้วเอากาต้มน้ำที่มีทำมาม่ากินไปพลางๆก่อน
ไหนน้า กาต้มน้ำ...
หลังจากเดินหาไปทั่วห้อง
หรือว่าเค้าแอบไว้ในฝ้าเพดาน
หรือว่าอยู่นอกระเบียง
หรือว่าทากประจำห้องกินไป
หรือ ว่า...
แว้กอะไรอะ
โรงแรมระดับนี้ไม่มีกาต้มน้ำ
มีแต่น้องถังน้ำแข็ง (ที่จะมีทำพระแสงหอยดองอะไร)
เอาวะ บางโรงแรมเค้าก้อไม่มีให้ (เช่น คอนราด ดับลิน)
อย่างน้อยๆเอาอาหารแช่ตู้ก้อได้
ไหนอะ ตุ้เย็น
สิ่งที่เค้าเว้นช่องไว้ใส่ตู้เย็น
มันมิเห็นมีสิ่งใดอยู่เลย
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
แต่นี่เช็คแม่งทั้งตั่งเตียง
ไอ้รูโบ๋นั่นคืออะรายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
หรือว่าโรงแรมนี่เค้าหวังจะให้แขกแบกตู้เย็นมาเองวะคะ
เลยอำนวยความสะดวกเจาะเว้นที่วางตู้ไว้ให้...
แม่เจ้า
ดิชั้นติดอยู่ระหว่างความเน่าเฟะและสถุลทรามของโรงแรมเก่า
กับความใหม่สดแต่ไร้สรรพสิ่งของอีโรงแรมแมริอวดนี่...
มีสิทธิ์เลือกไหม พี่น้อง
หรือคนเราไม่ได้ทุกอย่างที่เราต้องการหรอก
โอ้ มันพยายามสอนธรรมะขั้นพื้นฐานให้เหล่าชาวเอทิฮัดหรือไฉน..
ตอนนี้กรูไม่ได้ต้องการธรรมะ
กรูต้องการอาหารและตู้เย็น กาน้ำร้อน
ครือ อย่างน้อยมีสักอย่างดีไหม
คือถ้าจะไม่มีตู้เย็น ก้อน่าจะมีกาต้มน้ำ
หรือถ้าจะไม่มีสองอย่างนั้น ก้อขอเมนูรูมเซอร์วิสเยอะๆดีๆหน่อยไหม๊
ไม่ได้ว่านะคะ
อีแอร์ชอบโรงแรมแมริออทนะ
มันนอนสบายดีมาก
ติดใจตั้งกะเริ่มๆบินแล้ว
แต่นี่มันมากเกินไปไหม๊
เห้อ....
ช่างมัน เรามานัดเวลาไปสำรวจเมือง เพื่อถอยน้องหลุยส์ให้เพื่อนสาวดีกว่า
ลูกเรือคนอื่นเค้านัดกันบ่ายโมง
ดิชั้นพยายามตื่นบ่าย ทำตัวเซ้ฟๆ เนียนๆ ลงไปช้าๆ
ออกไปเมี่ยงงงงงงงงงงงงงงง เจอพวกแม่งพอดีอีก
ซวยไป ต้องออกไปด้วยกัน
เป็นการออกไปด้วยกันที่ดิชั้นพยายามบอกพวกเค้าว่าดิชั้นจะไปซื้อของ
ไม่ไปชมเมืองด้วยหรอกนะ...
พวกนั้นก้อไม่ฟังกัน
จนกระทั่งรถไฟ มา
สายที่จอดรออยู่แล้วเป็นแบบจอดทุกสถานี
กว่าจะถึงในเมืองพอดีกรุงศรีฟื้นตัวมาเป็นเมืองหลวง
ดิชั้นเลยจะรออีกฝั่ง
ที่จะมาช้ากว่าเกือบสิบนาที แต่มันจอดแค่สามสถานีไงคะ
พยายามบอกคนอื่นมันก้อไม่ฟัง
บอกว่ามันเหมือนกันนิ ไม่เห็นต่าง
ไอ้เราก้อแบบ มันต่าง ฮ่วย ดูกันไม่เป็นก็อย่าเบ่งสิวะคะ
ก้อเลยบอกว่าก้อแล้วแต่ ไม่เชื่อก้อไปเถอะ
ชั้นจะรอคันใหม่
พวกเค้าก้อจากไป
เราก้อโล่งว่ากำจัดได้แล้ววุ้ย
พอรถดิชัน้มา กะลังจะก้าวขาเดินไปขึ้น
อีพวกนั้นเดินกรูลงมา บอกว่าเปลี่ยนใจแล้วจะไปกับเรา...
เฮ้อ บางทีการสละลูกเรือชาติอื่นเป็นสิง่ที่ทำได้ยากยิ่งจริงๆ
เราเลยทิ้งเค้าลงก่อนหนึ่งสถานีซะงั้นแหละ
จะทำไม....
ขากลับหิวโฮกมาเลย
เพราะในเมืองร้านอาหารจีน ญีปุ่นหรืออะไรที่มันน่ากินทั้งหลาย
มันปิดตอนบ่าย
แต่ดิชั้นไปตอนบ่าย
ไม่เหลืออะไรเลย เลยจำใจต้องกินน้องไก่ย่างอะไรไม่รุ้แทน
เฮ้อชีวิต....
ขากลับก้อวิ่งไปเล่นมาจนแลนด์อาบู้อย่างสันติสุขอยู่กับชาวโลกได้
สักที... เหนื่อยมาก 5月26日 วิกฤติบะหมี่ถ้วย....เพิ่งกลับมาจากเมืองจีนค่ะ
ใครว่าหวัดหมูอะไรนี่จะทำให้คนไม่เดินทาง
โดยเฉพาะคนจีนไงคะ
นี่อะไรคะนี่อะไร
ทำไมไฟลต์ดิชั้นเต็มสนิททั้งขาไปและขากลับเลยคะ
แล้วดิชั้นนะคะ
เป็นอีเด็กเอฟเจสวยหรูอยู่ชั้นธุรกิจดีดีไม่ได้
ต้องถีบไปอยู่ชั้นประหยัดเพราะว่าแก่เหนี่ยไม่พอ
เป็นแบบนี้มาตาปีตาชาติแล้วนะคะ
ทำไมหรอคะ ทำม๊าย
แล้วพอดิชั้นอยู่โซนไหน ไอ้ตรงนั้นมันต้องเต็มคะ
เห็นกรูเป็นตัวเรียกลูกค้าเหรอไง...
เดินกันเยี่ยงทาสเทวี เจ็ดชั่วโมงครึ่งไม่ได้นั่งไม่ได้เมี้ยน
ก้ออีเพื่อนตัวดีของดิชั้นชีฮิโซได้อยู่สวยหรูชั้นธุรกิจที่มีผู้โดยสารแปดคนอะค่ะ...
มันเดินว่างตลอดเวลา ในขณะที่ดิชั้นยุ่งขิงตลอดเวลา ...
ความพอดีอยู่ที่ไหนคะ สายการบินนี้...
เมืองจีน เวลาเสิร์ฟเค้าต้องมีกิมมิกเท่ๆเช่น ระหว่างไฟลต์
เราจะมีน้องมาม่าผินแจกนะคะ
แล้วผู้โดยจีนนะคะ เมื่อชั้นตื่นและได้กินก้อจะเป็นห่วงพรรคพวกเพื่อนฝูง
ต้องปลุกแม่งทุกตัวสิ่งอันขึ้นมากิน
กินกันไม่หยุดไม่หย่อนเลยนะคะ อีแอร์เหนื่อยนะคะ...
แล้วใครจะไปรู้ว่าเค้าไม่โหลดน้องมาม่าขากลับคะ
ดิชั้นก้อทำตัวเยี่ยงพระเวสสันดร
แกอยากกินเราจัดให้... เสิร์ฟไม่ยั้ง
ผลหรือคะ ... เหลือให้ขากลับสิบกระปุก
(ถ้าลูกเรือขากลับมาอ่านอย่าด่าหนูนะ นานๆทีอยู่ชั้นประหยัดจะไปตรัสรู้ได้ไงว่าต้องเก็บไว้)....
ป่านนี้มันด่าบุพการีไปนานแล้ว...
ข้ามไปที่ปักกิ่ง
ไม่มีอะไรมากนะ
วันๆก้อเที่ยว ไปป่ายกำแพงเมืองจีน ไปวังฤดูร้อน
ไอ้ที่เดิมๆที่ปมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว
แต่เพื่อนไม่เคยไป
เลยต้องไปกับมัน
แถมการนวดเท้าและหมอแมะ
หมอแมะบอกว่าเราท้องอืดท้องเฟ้ออาหารไม่ย่อยกระเพาะทำงานหนักใกล้เดี้ยง
น่าสะพรึงมาก
แล้วแนยาครอบจักรวาลชุดละหมื่นห้ามาให้ เพราะต้องกินต่อเนื่องสามเดือนถึงเห็นผล
ป้าด คนอย่างดิชั้น
ไม่เอามาหรอกค่ะ
ไม่ใช่ไม่เชื่อนะ แต่ไม่รู้สิ กลัว...การกินยาหมื่นห้ามากกว่ากลัวหายมั้ง...
กินเป็ดปักกิ่งไปทุกมื้อทุกสิ่งอัน อร่อยชิบโป๋ง
ไม่มีอะไรมาก
โรงแรมใหม่ดีมากเชียว
มีน้องเนต แต่ไม่มีอาหารเช้า
อยู่ถนนเคอรรี่ หรือที่ดิชั้นเรียกถนนน้องกะหรี่น้อย ...น่ารักใสใส
อัพเดตชีวิต
ตอนนี้เป็นหนี้อย่างจริงจังไม่ติงนังแล้วนะคะ
บิดาเพิ่งแจ้งมาว่า ได้เป็นหนี้แล้วเรียบร้อย
คุงแบงค์อนุมัติมาแล้ว...เหลือเซ็นสัญญา ฮุฮุ......
ห้าปีแม่จะอัดผ่อนให้หมด คอยดู... อยู่ด้วยกันนะเพื่อนๆ ...ฮ่าๆ
ช่วงนี้คุยเรื่องอะไรกับชาวบ้านเค้าไม่ได้เท่าไหร่อะนะคะ
มันจะคอยวกกลับมาเรื่องบ้าน
เห่อมากค่ะเห่อมาก
คุยได้เป็นวันๆเรื่องการบิลอิน ทาสี วอลเปเปอร์
ทำครัว เจาะผนัง ขุดรู ติดม่าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์
ย้ายบ้าน ติดเนต ติดสายโทรศัพท์ น้ำประปา ไฟฟ้า
ส่วนกลาง บ้าบอคอแตกทั้งหลาย
ใครอยากซื้อบ้าน มาติดต่อได้
สามารถช่วยดูได้สองทำเลหลัก
รามคำแหงสุวรรณภูมิ และแจ้งวัฒนะ นนทบุรี...
อยากได้น้องคู่มือโอนบ้านเช็คบ้าน บอกเจ๊ จัดให้
ตอนนี้กำลังพยายามเรียนรู้การคำนวณดอกเบี้ยและเงินกู้อยู่
ตามตารางที่บิดาจัดให้...วะฮะฮ่า...
ไม่เห่อเท่าไหร่ ไปบินตอนนี้แม่หอบแต่ของแต่งบ้าน
หมอน นาฬิกา (เยอะแล้วนะคะ ไม่ต้องหามาให้เพิ่ม ขอร้องเถอะ)
วุ้ยๆๆๆๆๆ.... อยากจัดบ้านจะแย่แล้วค้า
ขอเวลาโอนเดือนนึง
เพื่อนๆคะ ...เชิญล่วงหน้า บ้านเรียบร้อยไหมไม่รู้
แต่หนูจะขึ้นบ้านใหม่วันเกิด เดือนกรกฎาคมนี้ละ พักร้อน ...
เรียนเชิญนะคะ... เห่อสุดๆถึงขั้นเทพแล้วตอนนี้....
วิ้วๆๆๆๆ... จากน้องจีนยังจะมาลงเรื่องบ้านได้
ไม่พูดนะ ไม่พูด... 5月10日 เรื่องบ้านล่าสุด....หลังจากหายตัวไปเสาะหาเรื่องบ้านมาเพิ่มเติม
อัพเดตล่าสุด คือ ดิชั้นต้องอยู่เมืองกแขกไปอีกนานเท่าไหร่ กว่าจะได้ลาออกวะเนี่ยคะ..
สรุปสุดท้ายแล้ว
ดิชั้นมาลงกับโครงการชื่อ โมทาวน์ แจ้งวัฒนะ
อะไรไม่ทราบดลให้มาดูเวบไซค์ของโครงการ
คือรู้จักมาตั้งนานแล้วจากกระทู้พันทิพย์
แต่คิดว่าอาจะเป็นเหมือนโครงการอื่นๆคือ แบบบ้านเชยๆ โครงการเน่าๆ ในราคาที่แพงเว่อร์เกิน...
แต่หาคิดไม่ว่า
ไอ้โครงการนี้มันจับดิชั้นอยู่หมัดเลยนะคะ
มาเริ่มกันเลยที่ทำเล...
โครงการนี้อยู่ถนนแจ้งวัฒนะ
เอาให้ใกล้ขึ้น ง่ายขึ้น คือ ตรงข้ามเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ...
ตอนแรกดิชั้นก้อกรี๊ดว่าไกลมาก
แต่ แถวนั้นก็ออกจะไปบ่อย ไปงานที่อิมแพคไง
มีศูนย์ราชการ มีห้าง มีโรงพยาบาล
มีทางด่วน
โอเคว่ารถติดมาก แล้วเสือกเป็นเฉพาะตรงซอยหน้าโครงการด้วยนะ
แต่ต่อไปก็โล่งแล้ว
มีวินรถตู้หน้าปากซอย มีวินมอไซค์ มีรถเมล์
แต่ตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่
ต้องเดินเข้าซอยไปประมาห้าร้อยเมตร
ด้านติดกันคือโครงการของหมู่บ้านเจ้าของเดียวกันที่สร้างมาสิบกว่าปีแล้ว
อีกด้าน โดยเฉพาะหลังที่ดิชั้นจะเอานั้น เป็นบ้านของพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ...
ไม่รู้อะไร แต่ชอบจังทำเลนี้...
มาถึงเรื่องสำคัญ
คนอื่นไม่ทราบยังไง
แต่ดิชั้นไม่ชอบคอนโด เพราะรู้สึกว่าไม่มั่นคง ไม่มีที่ดิน
ถ้าเกิดซวยไปมา เกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานเลยว่าที่ดินของเรา...
ใจจริงชอบบ้านเดี่ยว แต่ดูจากลักษณะนิสัยการใช้ชีวิตแล้ว
คงไม่ออกไปเดินสวนแน่ๆ.. การทำสวนไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้น บ้านเดี่ยวดูแลลำบากสำหรับชีวิต
ตอนนี้ด้วย
ลงตัวที่สุดคือทาวโฮม หรือทาวน์เฮ้าส์นะแหละ
โชคดีไปที่ตอนนี้ทาวน์โฮมพุดออกมาเยอะแยะ
มาลงกันที่ตัวบ้านต่อ...
ปกติแล้ว ตอนดูบ้านใหม่ หรือโครงการไหนๆก็ตาม
บอกไว้เลยว่าดิชั้นจะอยู่หลังมุมเท่านั้น
แต่พอมาเจอโครงการนี้ หลังมุมมันแพงหวะ
ตั้งห้าล้านกว่าๆ ไม่ไหว
แถมมาดูหลังกลางแล้ว ด้วยความที่มันออกแบบมากว้างมาก
แถมเพดานสูงมาก
ไม่รู้สึกเลยว่าอยู่บ้านตึก
ชอบที่คนออกแบบเข้าใจการใช้ชีวิต
ฟังก์ชั้นบ้านออกแบบมาแบบ พอเราคิดว่าตรงนี้น่าจะทำแบบนี้
เค้าออกแบบรูนู่นรูนี่มารองรับสิง่ที่เราคิดไว้แล้วเรียบร้อย
นอกจากนั้น
ที่นี่รวมทุกอย่างที่ดิชั้นชอบของโครงการบ้านใหม่และทาวพลัส ไว้รวมกัน
อันนี้หมายถึงฟังก์ชั้นบ้าน
ของบ้านใหม่ ดิชั้นชอบที่ห้องนอนใหญ่เป็นเพนเฮ้าส์ คือเอาไปเลยทั้งชั้นเต็มๆ
แต่ไม่ชอบที่ไม่มีที่ทำครัวในบ้าน ต้องมานั่งต่อเติมหลังบ้าน พร้อมไม่มีที่เหลือวางเครื่องซักผ้าด้วย
คือมันออกแบบแปลกๆนะ บ้านอะไรไม่มีของพวกนี้
ที่อยากมีมากมาแต่ไหนแต่ไรแล้วคือ วอร์คอินโคลสเซล ใหญ่ๆ
ของทาวพลัส ข้อดีคือครัว มีห้องเป็นสัดส่วน ไม่ต้องต่อเติม แต่เพดานบ้านต่ำ
และทำเลไม่โดนเจ๊
สรุปแล้ว น้องโมทาวน์นี้
- ห้องนอนใหญ่อยู่ชั้นสาม (หมายถึงหลังที่จะเอานะคะ โครงการมีให้เลือกแบบอยู่ชั้นสองเหมือนกัน)
แถมใหญ่โตม้าก สามารถทำห้องแต่งตัวได้ แถมมีน้องระเบียงน้อยที่กว้างมากๆเอาไว้ออกไปนั่งชมวิว
(วิวนั้นคือห้างเซ็นทรัลนั่นแหละ)
- ห้องน้ำที่นี่ใช้ของคอตโต้ (เมื่อเทียบกับบ้านใหม่ ใช้โตโต้อะนะ) หลังที่จะเอา ดันมีเหมือนหลังมุมคือ
มีน้องอ่างอาบน้ำ ดีจัง ..ห้องน้ำทุกห้องเค้ากั้นกระจกมาให้แล้วด้วย ดีมาก เพราะไม่ต้องมาทำใหม่เอง เปลืองตัง
มีแถมเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย เริด
- ไม่ได้ติดวอลเปเปอร์มาให้ ซึ่งดีนะ เป็นคนไม่ชอบวอลเปเปอร์ เพราะบ้านที่อยู่ปัจจุบันติดอยู่
แล้วรู้สึกว่า พอมันลอกแล้วอุบาทว์ อยากทาสีแรดๆเท่ๆเองมากกว่า
- พื้นไม้เป็นปาเก้สีไม้สัก เฮ้อ อันนี้ไม่ค่อยโปรด แม้จะโดนประนามว่าปาเก้แพงกว่าลามิเนต
แต่ช่วยไม่ได้ เป็นคนชอบสีไม้อ่อนอะ จะให้ถากออกแล้วติดไม้อ่อนเองก็บ้าบอ
- มีพื้นที่ทำครัวใหญ่ได้แบบที่อยากมี อยากได้ครัวที่สามารถทำขนมได้ แม้จะยังทำไม่เป็นก็ตาม...
- ระบบรักษาความปลอดภัยก็ดูโอเค แม้จะไม่เคร่ดเท่าบ้านใหม่ แต่ก็นะ เอาวะ
เพื่อนบ้านเท่าที่เดินไปดูบ้านก็โอเคนะ ...ไม่ค่อยมีคนอยู่เท่าไหร่
ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่ไม่อยู่กับที่ เหมือนเราเลยแฮะ...
- แถมน้องแอร์ น้องจัดสวน ปั๊มน้ำใต้ดินพันลิตร เครื่องทำน้ำอุ่น
อ่อ มีแต่ปัญหาเรื่องการปูพื้นอะแหละ รู้สึกว่าเดินแล้วมันปูไม่ดีเลย
อันนี้ต้องไปจัดการต่อไป...
แต่เท่าที่ดูมา ทั้งไปดูจริง ดูในเวบเยอะมาก นั่งอ่านนู้นนี่เยอะมากๆ
ที่นี่ถูกชะตาสุดแล้ว แม้ราคาจะมีคนติงว่าจะแพงไปไหม
ไม่รู้สึก ถ้าเอาถูกกว่านี้ แต่อยู่รังสิตหรือออกไปนอกเมืองเดินทางไม่สะดวกก็ไม่รุจะซื้อทำไม
อันนี้เราว่ามันไปไหนมาไหนง่ายแล้ว
อย่างน้อยถ้าอดอยาก เดินข้ามไปเซ็นทรัลก็ยังได้
แถวบ้านก้อมีร้านอาหารเต็มเลย
เพราะอยู่ติดไอทีสแควร์ ...
คิดว่าจบการซื้อครั้งนี้แล้ว จะไปรับจ้างเป็นคนซื้อบ้านให้ดีกว่า...
ทีนี้เหลือปัญหาเรื่องแบงค์
เรายื่นกู้ไปเยอะมาก แต่ไม่ทุกแบงค์หรอกนะ
แต่บางทีแบงค์โทรมายังงงว่ามาจากโครงการไหนเนี่ย
สรุปว่า จะจองแล้วละจ้า ..
ภาวนาให้ได้ขึ้นบ้านใหม่ในวันเกิดทีเถอะ..
ภูมิใจที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง...
อดทนอยู่เมืองแขกอีกสามแว้บ ก็สบายแล้ว...แฮปปี้จัง....
3月26日 ชีวิตเด็กเทรนนีเมื่อชีวิตอีแอร์วนมาบรรจบครบรอบปี
เหมือนเดิมนะคะ ปีที่แล้ว ณ ช่วงเวลาอันแสนห่อเหี่ยวนี้
และเมื่อสองปีที่แล้ว
และเมื่อสามปีที่แล้ว..
ดิชั้น ต้องไปรับกรรมอ่านหนังสือสอบ เพื่อให้บริษัทรับรู้ว่า
ลูกเรือคนนี้ยังมีสติและสมองอยู่บ้าง ไม่ทำให้ขายหน้าเวลาไปบินหรือเกิดเหตุอันใด (โป๊กๆ)
เมื่อกลับมาจากพักร้อน
ดิชั้นวางแผนไว้อย่างดิบดีว่า จะอ่านหนังสือล่วงหน้า
ไม่ให้เป็นเหมือนปีที่ผ่านๆมา ที่เอาแต่อ่านวันต่อวัน อ่านล่วงหน้าเผื่อจะดูดีเป็นศรีแก่วงศ์บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นหรือ...
เหมือนปีก่อนๆนั่นแหละ
อ่านซัดโฮกเอาก่อนสอบวันต่อวันเหมือนเดิมเด๊ะๆ
แต่เดี๋ยวนี้ เทรนนิ่งสคูล หรือเรียกอย่างฮิโซตามแบบที่นี่ว่า "เอทิฮาด อะคาเดมี่" ฟังดูคล้ายจะประกวดเอเอฟ
สถานที่ทำการเทรนนี้ ตั้งอยู่ไกลโพ้น ที่เราไม่สามารถระบุได้แน่ชัด
รู้แต่พอขึ้นรถทุกเช้า ดิชั้นก้อหลับคอพับไปอย่างสงบ ไปตื่นอีกทีก็ตอนมันถึงนั่นแหละ...
เดินโซเซไปเข้าตึกเรียนที่ปีนี้พัฒนาทางเข้าให้เป็นผู้เป็นคนแล้ว
ปีที่แล้วเดินกันฝุ่นตลบสะบัดเต็มหน้าเลย
ที่ฮิโซมากๆคือ ปีนี้เรามีเครื่องซิมูเลเตอร์เป็นของตัวเองแล้วนะคะ
ทายสิ ใครเอ่ย ได้ใช้เป็นกรุ๊ปแรกหลังจากมันเจ๊งกะบ๊งมาพักนึง
ถูกค่ะ ..ทำไมต้องดิชั้น....
พอไอ้เครื่องนี้หายเจ๊ง ก็จำเป็นว่าประตูเครื่องโบอิ้งจะต้องเจ๊งแทนนะคะ
เป็นวัฎจักรไป ว่าของอย่างนึงอย่างใด มันต้องเจ๊งเพราะน้ำมือลูกเรือพวกนี้แล...
การเทรนพวกนี้ไม่มีอะไรมาก
นอกจากการจำอุปกรณ์อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อก้มหน้าก้มตาเขียนเป็นสิ่งแรกเมื่อได้ข้อสอบมาอยู่ในมือ
หรือ การไปตะโกนโหวกเหวก เสมือนประหนึ่งว่าเครื่องเราเกิดปัญหาต้องแลนด์ดิ้งแบบต่างๆ
หรือการเป่าปากหุ่นช่วยชีวิต หรือการช่วยคนในกรณีนู่นนี่อุดคออะไรแบบนี้....
กว่าจะผ่านมันมาได้ ทรมานดิชั้นมาก
ไม่ชอบเลยการตื่นเช้า....
เฮ้อ ลาออกไปจะทำอะไรได้คะ ที่ไม่ต้องตื่นเช้า
หรือว่า..... 3月15日 ครอสทู และชีวิตไฮโซสี่วัน กับน้องสมุยภารกิจยามพักร้อนของอีแอร์
ตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวแดนหัวหิน ถิ่นมีหอย นัดแนะเพื่อนๆชาวเราไว้ที่กรุงเทพ
นัดกับบาบูนน้อย เตรียมซื้อของ แบกของกลับกันซะ
พอใกล้วันจะไปจริงๆ ดันจะต้องมีงานประชุมอาเซียน ณ ตอนนั้นพอดีอีก
อารมณ์เสีย
พอดี๊วันแรกที่กลับไป
(ปล ขอนอกเรื่อง จิงๆจะต้องกลับกรุงเทพวันที่ 26 เย็น เพราะมีบินบาร์เรนตอนเช้า
วันที่ 25 เราเลยพุ่งตัวออกไปแลกเงินเตรียมเอากลับบ้าน เงินเดือนมันเพิ่งเข้าอะนะ จะใช้ของเดือนก่อนก็หาเหลือไม่แล้ว
แถมยังไม่มีการจัดกระเป๋าใดใดทั้งสิ้น เพราะกะว่ามาทำเอาวันที่ 26 บ่ายๆหลับกลับจากบินก็ทัน ยังดีซื้อตั๋วไว้แล้วนะ
พอออกไปกำลังจะถึงที่แลกตัง ศูนย์ลุกเรือโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องบินแล้วนะจ๊ะ ให้หยุดนะ
ไอ้เราก็แสรด ไม่บอกตูมะรืนเลยละ โทรมาซะเย็นเชียว ขอบคุณมากนะ ของก็ยังไม่ได้จัด กิจการเงิน กิจซื้อของก็ไม่เสร็จ
จะกลับมันคืนนี้เลย ไม่อยู่แล้วอาบูดาบี้ น่าเบื่อเกิ๊น
เนี่ยละค่ะ พอถึงเวลารีบเร่ง คนเราจะสติแตก จนเพื่อนที่ไปด้วยต้องคอยปลอบประโลมว่าใจเย็นๆเมิง เวลาเหลือถมเถ
ก็พอช่วยได้บ้าง สรุปว่าก็กลับมาโยนๆของ ยัดๆ วิ่งไปขึ้นรถที่นัดให้มารับ เค้าขำใหญ่ที่ดิชั้นวิ่งลงมา เดินไปขึ้นรถ หอบไปด้วย
ทักเค้าคำแรกเลยว่า ยู มีอ๊อกซิเจนให้ยืมไหม คิดว่าหายใจไม่ทันแหล่ววว รีบเกิน...)
นั่นแหละ เมื่อเราถึงกรุงเทพวันที่ 26 เช้า สิ่งแรกที่ต้องพุ่งตัวไปดูคือ
งานท่องเที่ยวไทยไปทั่วโลกที่ศุนย์สิริกิตติ์ บังเอิ๊ญ มันจัดเป็นวันแรก แถมเป็นวันธรรมดา คนไม่เยอะเท่าไหร่
นี่คือข้อดีของการหยุดไม่ตรงกับชาวบ้านเค้านะคะ...
งานนี้ จัดก่อนงานไทยเที่ยวไทย ซึ่งเราก็อยากไปดูมากเช่นกัน แต่ตอนนั้นคงเที่ยวลัลล่าอยู่ที่ไหนสักที่แล้วละ
อดไปชัวร์ๆ....
ไม่เป็นไร เอางานนี้แหละ มีอะไรให้ดูเยอะเหมือนกัน
มีทัวร์ต่างประเทศเยอะดีด้วย บางอันแพง บางอันถูกเพราะจะมาเก็บจุ๊บจิ๊บตอนหลัง ดูจากรูปทัวร์แล้ว
สิ่งที่น่าสนใจของงานพวกนี้คือ บริษัทรถเช่า... จะมีโปรถูกๆเช่น 690 บาท ซื้อ 5 วัน แถมวันนึงอะไรยังงี้ด้วย
ส่วนที่รู้สึกว่าควายๆนิดหน่อยคือ เห็นโปรบางกอกแอร์เวย์ไปสมุย ถูกมาก ไปกลับ 5000 บาท
เลยพุ่งเข้าไปจอง พอจองไปแล้ว บินไปแล้ว มาเช็คจากเวบที่แรกมันจะมีโปรไปกลับ 5,500 บาทอยู่แล้ว
แต่ด้วยความงก เห็นประหยัดไปห้าร้อยก็เอา เป็นไงละ ไปนั่งไฮโซรออยู่สนามบินสมุยตั้งกะเจ็ดโมงเช้า...
จริงๆแล้วแนะนำว่าคอยหมั่นดูราคาเวบบางกอกจะดีกว่า
ไหนว่าเอทิฮัดมันโค้ดแชร์แล้วไงฟระ ทำไมชั้นยังหาตั๋วไอดีซื้อไม่ได้เนี่ย...รมเสีย
ทีนี้ถึงเวลาเที่ยวชมงาน ดิชั้นวิ่งเริงร่าเดินดอมดมงานอย่างสุขี ชอบนักแล โปรโรงแรมเนี่ย
ทั้งมั่นใจในฝืมือการเฝ้าชมรีวิว และดูเวบโรงแรมมามากพอแล้วกะว่าคงไม่โดนหลอกแน่นอน
สิ่งที่ได้มาจากงานนี้ ผิดคาดมาก
เคยได้ยินชื่อโรงแรมครอสทู ไหมคะ <X2>
เค้ามีสองที่นะ ที่สมุยกับที่หัวหิน
ดิชั้นเคยดูเวบ และรีวิวที่หัวหิน
รู้สึกว่ามันแข็งๆ ไม่น่าสบาย แต่ก็ชอบความดิบของมันนะ
และ จะแพงไปหน๊าย คืนนึงเป็นหมื่นอยู่
แต่ในงานนี้ เค้าเอามาลดค่ะคุ้ณ
ซื้อหนึ่งคืนแถมหนึ่งคืนในราคายวนใจ
มีแบบห้องการ์เด้น และแบบ pool villa
ฐานะอย่างเรา สักครั้งหนึ่งในชีวิตอีแอร์ยาจก
เมื่อจะได้อยู่ห้องพูลวิลล่า ก็ควรจะเป็นตอนลดราคาเยี่ยงนี้
จัดมาเลยค่ะพี่
เจ้าหน้าที่ตบเข่าฉาดถามว่าจะจองไว้ช่วงไหนคะ
ดิชั้นตอบฉะฉานว่า จะไปมันพรุ่งนี้เนี่ยแหละค่ะ ...
ซอรี่ด้วยที่บางทีจะใจร้อน....
วันรุ่ง แหกตาตื่นตั้งกะตีสาม เพื่อไปขึ้นสายการบินที่อยากขึ้นมานาน
แม้จะไม่ใช่เครื่องที่อยากนั่งมากเช่นเครื่องใบพัด แต่ดันเป็น A320 ที่คุ้นเคยก็ยังดี
บางกอกแอร์จ๋า หนูมาแล้ว ..พร้อมบาบูนกลัวเครื่องอีกคน
ดิชั้นทำสถิติสวาปามพายผักโขมไปเจ็ดชิ้นรวด ก้อแหม เอามาเผื่อแล้วไม่กินก็เสียดายของอะนะ
บนเครื่องมีบริการอาหารเช้า นั่นคือ มัฟฟิ่นรุ่นหินงอกหินย้อย แข็งโป๊ก ไม่อร่อยเลยงะ
เรามายืนจ๋องอยู่สนามบินสมุยตอนเจ็ดโมงเช้า
นั่งกินข้าวรอเวลารับรถไปเรื่อยๆ เริ่มง่วง
ในที่สุด ได้รถเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางสู่ X2 สมุย ที่อยู่ลึกชิบเป๋ง กว่าจะหาเจอ
รู้สึกว่าวันนั้นจะมีคนพักอยู่หกห้อง
และได้เห็นว่า ไอ้คนถ่ายรูปโรงแรมนี้มันถ่ายแต่มุมไม่สวยมานี่หว่า
โรงแรมนี้เป็นสุดยอดของดิชั้นไปแล้วค่ะ ชอบมาก ชอบทุกอย่าง ชอบเซอร์วิส ชองห้อง ชอบบรรยากาศ
ไม่ทราบที่หัวหิน กุยบุรีเป็นยังไง แต่ไม่รู้ละ ที่สมุยนี่สวยมากกกก..
พนักงานนอบน้อมจนทำให้เรากลัวว่าทำไมเค้าต้องทำท่ากลัวเราขนาดนั้นด้วย
โรงแรมนี้ มีทั้งหมด 26 ห้อง เป็นการ์เด้น วิลล่า คือบ้านแบบไม่มีสระ สี่หลัง
แบบที่เราอยู่คือ พลูวิลล่าแบบหนึ่งห้องนอน มีเยอะสุด และก็มีแบบสองห้องนอนด้วย แต่ไม่รู้จะเอาทำไม กว้างเกิ๊น
เราตบตีแย่ง toiletries กันทุกวัน
พนักงานพาไปห้องพัก ดิชั้นอยากจะร้องอุทานมาอย่างเบาๆ แต่ขอโทด คิดว่าวันนั้นได้ยินทั้งสมุยแน่แท้
แหม๊ ของเค้าดีจริงๆ ถูกใจเจ๊มาก จากเวบ จะเห็นว่าที่หัวหินนั้น ห้องไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่
แต่ที่นี่ ว้าว... สุดยอด...
ที่แย่คือ มีแขกไม่ได้รับเชิญชื่อ น้องตุ๊กแกนะสิ เดินๆไปกินข้าวก็มาแล้ว ยืนถมึงทึงขวางทางตูซะงั้น
ในเมื่อพี่ใหญ่ที่นี่ น้องก็ขอไปเดินทางอื่นละกันค่ะ...
ส่วนน้องสระน้อยในห้องนั่น ทำให้เราไม่อยากออกมาว่ายสระใหญ่อีกเลย
หากคิดเหมือนเบคกี้ บลูมวูด ก็ต้องบอกว่า ชั้นจะไม่อยู่ห้องแบบธรรมดาอีกเลย (ในสี่วันนี้)...
แต่ดิชั้นยังคงคอนเซปเดิมไว้นะคะ..คือ เดินลงสระ
ก็จะต้องลื่นพรื่ด เอาตูดกระแทกบันไดสระซะงั้น เจ็บชิบโป๋งเลย
ที่สุดยอดสุดๆคือ เตียงค่ะ มันจะนุ่นกว่านี้ได้อีกไหมในโลกา
ที่ว่าที่นอนที่ปารีสเยี่ยมแล้ว ที่แมนเชสเตอร์ยอดแล้ว ชิดซ้าย เมื่อมาเจอที่นี่..
มีน้องผลไม้มาเปลี่ยนให้ทุกวัน
ที่เด็ดอีกอย่างคือ ช่องแอร์ ที่อยู่ทางด้านข้างของเตียง แถมกระแสท่านแรงมาก
พุ่งออกมาที คือไม่จำเป็นต้องใช้ตู้เย็นเลยอะ เอาของวางไว้ใต้แอร์ ก็เสมือนหนึ่งเอาไว้ในช่องแช่แข็งแล้ว
ห้องน้ำเค้าใหญ่เท่ากันห้องนอน ฟังก์ชั่นอะไรก็ออกแบบมาลงตัว ยกเว้นโถส้วม
ที่ไม่มีประตูหรืออะไรกั้นเลย ห้องน้ำมันใหญ่มากจนรู้สึกโล่งโหวงเวลาใช้ส้วมมากๆ
ดิชั้นไม่พูดอะไรมากเรื่องการออกไปข้างนอก เพราะวันๆคือการขับรถไปตระเวนกินตามที่ต่างๆรอบเกาะ
ร้านรวงต่างๆเสร็จดิชั้นมาแล้ว
รวมถึงสปาเกตตี้คาโบนาร่าที่อร่อยสุดยอดอยู่ที่เฉวง ไม่สามารถระบุชื่อร้านได้
รู้แต่มันอยู่ตรงข้ามกับโชว์คาบาเร่ต์ ที่มีพี่ก๊ะออกมาแต่งตัวเรียกแขกให้ไปดูโชว์หนะ...
แล้วเมื่อคนเราเกิดจะติดใจที่นี่ขึ้นมา เราก็ไปทำปริวิตกปนติดใจให้น้องพนักงานฟร้อนฟัง
วันรุ่งขึ้นเค้าโทรมาถามว่าจะอยู่ต่อไหม ให้เรทเดิม ป้าดดดดดดดดดดด
อยู่ค่ะ
ตกเย็น กลับมาจากข้างนอก มีโน้ตจากเมเนเจอร์เขียนด้วยลายมือทิ้งไว้ในห้อง
ว่ายินดีที่ตกลงใจจะอยู่ต่อ หากมีอะไรให้รับใช้ ขอให้บอก... โห น่ารักมากๆ
อาหารเช้าของที่นี่ก็สุดยอดนะคะ แม้เราจะไปเกือบเวลาปิดเค้าตลอดเพราะดิชั้นไม่ตื่นเอง
ไม่ใช่บุฟเฟต์เพราะคงไม่คุ้ม มีแขกมาพักอยู่หกห้องเอง ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ที่ดูงงๆว่าเด็กกะโปโลอย่างดิชั้นมาได้ยังไง
อาหารเช้าอร่อยมาก และเมนูรูมเซอร์วิสก็อร่อยมากเช่นกัน
แม้จะมีการมึนงงตอนโทรไปสั่งบ้าง พนักงานนึกว่าดิชั้นเป็นเพื่อน เรียกชื่อเพื่อนมาใส่ซะงั้น
ดิชั้นเริ่มงง เลยถามกลับว่า ตกลงสั่งอาหารได้ไหมคะนี่... เค้าเลยสติแตกไปเลย
บอกแล้วว่าพนักงานที่นอบน้อมมากกกกกกก
เมื่อถึงเวลาเช็คเอาท์
แต่เราจะอยู่สมุยต่อหนิ ไม่เป็นไร ตัวสำรองของเราคือ IBIS บ่อผุด
จากชั้นฟ้าตกมาสู่โรงแรมสามดาว
ในราคาคืนละ 990 รวมอาหารเช้า เพราะเป็นคูปองงานเที่ยวไทยนั่นแหละ..ฮี่ๆ
แต่สามดาวนี่ว่าไม่ได้เลยนะคะ พนักงานดีมาก โรงแรมใหม่กิ๊ง
ขอเค้าว่าขออยู่ห้องซีวิว เลยได้สมอยากที่เบอร์ 3324 ...มุมดี ทีเดียวเชียว
ขอเสียคือ ในเมื่อมันถูก ก็เลยจ๊อกแจ๊กหน่อย
ขนาดไม่เต็มนะ เห็นพักอยู่ไม่กี่ห้องเอง ถ้าเต็มคงเหมือนตลาดสดพึลึก...
ก็เหมือนเดิม ชีวิตการเดินทางเพื่อหาอาหารใส่ปากใส่ท้อง กินตลอด จนอ้วนกันไปข้างเลย
เรากลับถึงกรุงเทพโดยบางกอกแอร์เช่นเดิม ในเวลา ห้าทุ่ม
จะบ้าตาย เดินทางไม่ได้ถูกเวลากับคนอื่นเค้าเลย แต่ไฟลต์เต็มเหอะ ไม่น่าเชื่อ...
สองวันถัดมา ดิชั้น แปลงโหมดเข้าสู่ โหมดธรรมะ
โดยเดินทางไปบวช ถือศีลแปด ณ แดนมหามงคล จังหวัดกาญจนบุรี
พร้อมเอาเสื้อผ้าที่รับบริจาคเรี่ยไรมาจากเพื่อนๆเอทิฮัด ขออนุโมทนานะคะ
ไปบริจาคมูลนิธิเด็กมาด้วย
การถือศีลแปดของดิชั้นไมหนักหนาอะไรมาก แต่มีมารมาในรูปของการง่วงนอนตลอดเวลา
แต่พอถึงเวลานอนดันไม่หลับเพราะเสียงเพื่อนรักตุ๊กแกนั่นเอง
อ่อ ที่นี่ไปถึงเราต้องไปซื้อชุดขาว พร้อมสไบขาวมาด้วยนะคะ ชุดละ 530 บาท
มีที่พักและห้องน้ำสะอาดด้วยน้ำมือของคนที่มาบวชกันเองเนี่ยแหละ
ดิชั้นแสดงพลังควายไปกวาดใบไม้อยู่พักหนึ่ง ...
มันดีนะ
อาหารเค้าก็ว่าไม่ได้เช่นกัน เป็นอาหารมังสวิรัติ แต่อร่อยโฮก
น้ำปาณะเป็นน้ำมะพร้าวอ่อนแสนอร่อย มีข้าวกล้อง กับแกงเขียวหวานหน่อไม้ ส้มตำ ผัดผักต่างๆ แกงจืด
ขนมปังต่างๆ ผลไม้พร้อม ...อู้ยยยย แต่พอกวาดใบไม้เสร็จ มันย่อยไปหมดเลยอะค่ะ นี่แหละปัญหา...เศร้า
จบสิ้นการพักร้อนด้วยการทำกุศล
แต่ยังพลาดการไปวัดเล่งเน่ยยี่ และการบริจาคโลงศพ
ไม่เป็นไร เดี๋ยวมีโอก่าแล้วเราจะต้องไปจัดการซะให้เรียบร้อยนะคะ..
กลับมาอาบู้ แบกคอมเอามานั่งอัพสเปซที่ปารีส เพราะไม่มีปัญญาจะออกไปไหน
ครอสทูดูดตังไปแล้ว ฮ่าๆ.....เอาเต้าเจี้ยวหลนสูตรยายทำมาให้ แตงกวาหั่นชิ้นและหุงข้าวมา
อุ่นกินสบายใจเฉิบไปสองมื้อแล้ว....
สวัสดีค่ะ
2月24日 อัพเดตข่าวสาร....อ่าวเฮ้ย ครั้งล่าสุดที่อัพสเปซ คือเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว
แล้วเวลาที่เหลือมันหายไปไหน จนมาเดือนกุมภาแล้ววะเนี่ย
ถามว่า เดือนธันวาเราไปเที่ยวไหนมา ตอบว่า ไปมิลานมา
แล้วเลยไปโรม ฟลอเรนซ์ ปิซ่า แล้วกลับมานอนสวยๆที่มิลาน เดินซุปเปอร์มาร์เกตเท่ๆ
เดือนมกรา หายนะภัยเริ่มบังเกิดกับชาว FJ
หายนะภัยที่เรียกว่า โมเม้นแห่งเคบิน ซีเนียร์ และภาวะ FJ ล้นตลาด
เราประสบกับภาวะไร้ที่ไป ไร้ที่มา ไร้งานบิน
แม้จะได้ไปเที่ยวปารีสเท่ๆสวยๆ ก็ไม่ได้ทำให้มีเงินมากมายขึ้นมา
พร้อมประสบกับภาวะการจ่ายเงินเดือนแบบใหม่ ที่ทำให้ชีวิตเรางงงวยขึ้น
จนบัดนี้ยังไม่สามารถคำนวณได้เป็นเลย
จนมาเดือนนี้ นับนิ้วดูแล้ว อีแอร์ได้บินไปสี่ไฟลต์รวด ตั้งแต่ต้นเดือน
แถมเป็นไฟลต์กรุบกริบๆน่ารักๆสั้นๆน่าเอ็นดู
จะต้องลาออกไปขายข้าวแกงแล้วเร็วๆนี้...
ไปดีกว่าเมื่อย
หวังว่าเดือนต่อๆไปคงดีขึ้น
แต่มีนา ไม่เห็นจะดีขึ้นเลยห่าน ยังบินน้อยต้อยตีวิดเหมือนเดิม....
11月18日 เกาหลีค่ะ ...สั้นๆง่ายๆ..งงๆเพิ่งกลับมาจากพักร้อนงะ
วางแผนไว้ตั้งกะต้นปี ว่าพักร้อนครั้งแรก เราจะไปรัสเซีย
ครั้งที่สอง อาจเที่ยวสวยๆ แถวบ้านเช่นเขมร เวียดนาม หลวงพระบาง
ไปๆมามา ทริปล่ม ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ละ
ชีวิตดิชั้นจบลงที่ ไปเที่ยวเกาหลี กับจู และพ่อของจู ...
เป็นทริปที่ทุกคนในทัวร์..
เอ่อ ใช่ค่ะ คนอย่างดิชั้น ไปเที่ยวทัวร์
ไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเป็นเวลานาน ครั้งสุดท้ายที่เที่ยวทัวร์อยู่ประมามอปลายนู่น
แต่นี่จำยอมไปทัวร์ เพราะซื้อทัวร์แยกตั๋วเครื่องบิน ...เบ็นเสร็จแล้วค่าทัวร์ 8,500 บาท
บวกค่านอนคนเดียวไปอีกสองพันนิดๆ ได้ห้องนอนขนาดสี่เตียงมา ...จะนอนยังไงละเนี่ย
ค่าตั๋วก้อออกของการบินไทยไป สวยๆง่ายๆ อีก 5,500 บาท
รวมกันแล้ว ทริปเกาหลี หมื่นนิดๆ สี่วันสามคืนเท่ๆ
ถูกได้อีกไหมคะ แต่ความสนุกมันเทียบไม่ได้กับการไปเองหรอกนะคะ
คนเคยเที่ยวเองมันอึดอัดมากเมื่อโดนเร่งตลอดเวลา
ทำอะไรเป็นเวลาๆเป๊ะๆๆๆๆๆ นัดแหกตาตื่นตะเช้าเพื่อตะลอนทัวร์ตลอดวัน
บอกตรงๆป้าเหนื่อยหวะ
เหนื่อยกับการนอนบนรถตอนเค้าพาตะลอนประเทศนั่นแหละ
ซอรี่ด้วยที่จะไปสวยๆ มีน้องผ้าห่มขนจามรีสีชมพูชอคกิ้งพิ้งค์สดใสผืนเท่าควายไปเอง
พร้อมน้องหมอนรองคอลายยีราฟ ซื้อมาจากสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่เกาหลี
และน้องผ้าปิดตาลายน้องแพนด้าน้อย
สรุปแล้ว ดิชั้นนอนทีบนรถ ดูแล้วเหมือนผีบ้าตอแหลไร้สกุลสุดๆ...
อะไรไม่รู้ประดังประเดเข้ามาสุม
กองกระเป๋า กองของช้อป
ไปถึง เราออกเดินทางจากสุวรรณภูมิตอนห้าทุ่มก่า
ซอรี่ด้วยที่ในเมื่อตั๋วเราเป็นตั๋วไอดีลูกเมียน้อย คือนอกจากจะตั๋วไอดีแล้ว
ยังเสือกเป็นของสายการบินอื่นอีกตะหาก เลยได้ที่นั่งกันรอจนชาวบ้านเค้าเข้าเกตไปหมดแล้วนะแหละ
เฮ้อ..
ขึ้นเครื่องได้ ดันนอนไม่หลับอีก เลยตื่นไปตลอดไฟลต์ห้าชั่วโมง
ลงเครื่องมา รู้สึกได้ว่าตัวเองตอแหลมาก จริงๆรู้สึกตั้งแต่อยู่สนามบินแล้ว
ไม่มีอีบ้าตนไหนใส่บูทขึ้นเครื่องเหมือนเรา
ด้วยความงกที่ กลัวยัดสมบัติในอนาคตที่จะซื้อกลับมาไม่หมด...
ตอแหลซะ
คนก้อมองกันซะ...อายนิดหน่อย แต่ชินแล้ว
แลนด์ปุ๊บ ก้อได้เวลาเที่ยว
มีป้าคนนึงในทริป แกใส่ชุดไทยมาตลอดการเที่ยวเลย แขนกุดอีกตะหาก
ไอ้เราก้อนะ อัดเข้าไปสี่ชั้น พร้อมโค้ตแรด บูทด้วย
ป้าแกแตะหนีบ
ดูแตกต่างได้อีก
เกาหลีเหมือนเป็นอะไรสักอย่างของพรมแดนไทยหรือเปล่า
คนไทยเต็มไปหมดเลย กระแสเค้าแรงจริงๆ
วันแรกเราจบลงที่การไปโยนฮานามิให้นกนางนวลกินตอนนั่งเรือไปเกาะอะไรสักอย่าง
ที่ไปทำไมไม่รู้
จบลงที่ไปพักที่โรงแรมอะไรสักอย่าง ที่ห้องนึงมีสี่เตียง
ดิชั้นขอสละไปนอนกับจูดีกว่า...
จริงๆก้อลืมๆไปหมดแล้วว่าไปไหนมาบ้างอะค่ะ
คร่าวๆก้อมีเกาะนามิ ไปดูวิวสวย ไปเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกที่ดิชั้นเดินกินอาหารทุกอย่างของเค้ามาแล้ว
เนื่องจากกลัวเครื่องเล่นจำพวกทำมึนทุกชนิด เลยขอเดินรอดีกว่า...
ไปช้อปเมียงดง มันมาก ...แต่เวลาน้อยบวกเงินหมด
อะไรเอ่ย ซื้อกางเกงตัวละหกหมื่นมา พระแม่เจ้า ตอนจ่ายเงินรู้สึกเหมือนตัวเองสอยกางเกงหลุยส์ วิตตองมา
ช้อปสกินฟู้ด อีทูดี้ ตามกระแสเค้า
ซื้อไปซื้อมา งงโพย เลยมั่วมาละกัน
ปัจจุบันนี้ยังสละเงินไม่ลงตัว ...รอไปก่อนนะเพื่อน เดี๋ยวจะทวง....
สรุปว่าการไปเที่ยวทัวร์ทำให้เราจำอะไรไม่ได้เลย
รู้แต่หงุดหงิดมากเวลาเดินเที่ยววัด วังแล้วโดนเร่งๆๆๆๆ
ถ่ายรูปก้อไม่ได้ ...ชาวบ้านเค้ารอ
ไอ้นู้นก้อไม่ได้ ไอ้นี่ก้อพลาด....
คือสนุกนะ ชอบนะ แต่คราวหน้า ขอไปเองนะ.....
ช้อปมันมาก................
------------------------------------------------------------
นอกนั้น การพักร้อนดิชั้น หมดไปกับการเดินตรวจงานที่พาราก้อน
ไปทุกวัน ทำไมไม่รู้ นัดเพื่อนคนนึงก้อสยาม อีกคนกอพาราก้อน
แถมไปแลกเงินร้านเพชรที่พาราก้อน
เจอคนหน้าคุ้นโดยไม่ได้นัดหมาย...
ทวงของฝากเราด้วยซะงั้น ทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปนะแหละ...เจ๊บี๊....
นั่งอ่านแมกกาซีนเค้าอย่างสบายอารมณ์ ....ประหนึ่งมานั่งเฝ้าร้าน
คิคิ.... 10月26日 โง่ได้อีก...หนูไปบินมาค่ะ
จบไฟลต์ คิดว่าอะไรๆก้อจบกัน
เก็บของเตรียมกลับบ้าน
จกหนังสือ จกอาหาร จกรองเท้า
ใส่หมวก ใส่บัตรไอดี
เดินลั่ลลา ลงบันไดเครื่องฉับๆ
ขึ้นรถไปลงสนามบิน
จู่ๆก้อนึกขึ้นมาได้ว่า แสรด หนูลืมเสื้อกันหนาวไว้บนเครื่อง
พี่น้องคะ การลืมของไว้บนเครื่องไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตหนูมาก่อน
ดันต้องมาวันนี้ ไฟลต์นี้
แถมยังเป็นน้องเสื้อหนาวสีเทาอีก
ยิ่งขาดแคลนๆ
ทำเยี่ยงไรดีๆๆๆๆๆๆ
เลยจำต้องไปโชว์ความโง่บอก PM ว่าดิชั้นลืมของบนเครื่องค่ะ กลับไปเอาทันไหม
PM บอกให้ไปบอกเจอร์ด้วย
เลยต้องตากหน้าไปบอกเจอร์อีกตลบ
เจอร์เลยบอกให้กลับไปเอา
แต่ไม่มีรายชื่อลูกเรือให้เพื่อออกอิมมิเกรชั่น เพราะหมด
แล้วตูดันเป็นสาวขายของบ้านนา
ต้องวิ่งเอากระเป๋าตังไปคืนที่ศูนย์ลูกเรืออีกดอก ฮ่วย
ลุงกราวนด์บอกให้รอแว้บนึง
จนลูกเรืออีกชุดลงมาเตรียมไปขึ้นเครื่อง จนเค้ารู้กันหมดแล้วว่าดิชั้นโง่
รอจนลูกเรืออีกชุดลงมา
เริ่มคิดในใจว่า อืม เมิงจะใจเย็นได้อีกไหม๊
ช่วยเร่งนิ้ดเถ๊อะ
แล้วก้อมีลุงอีกคนมาเรียก เค้าจะขับรถไปส่งที่เครื่องให้
พอไปถึง
ดั๊นจำเพาะต้องมาทดสอบประสิทธิภาพของสนามบินใหม่
ประตูเครื่องเลยปิดหมดเลย
รออีกสามชาติ กว่าเค้าจะต้องเอารถบันไดมาต่อกับเครื่องเพื่อดิชั้น
จะได้วิ่งพั่บๆๆๆๆๆ ขึ้นกระไดด้วยท่ามิอาจบรรยาย
ขึ้นไปเจอแต่คลีนเนอร์ และเอ็นจิเนีย
เค้าก้องงๆอีผีบ้านี่กลับมาทำไม
ไอ้เราก้ออายรีบวิ่งไปชั้นธุรกิจ
ปล บันไดนี่ก้อดั๊นต้องต่ออยู่ที่ประตูท้ายเครื่อง
เคยเห็นภาพอีแอร์วิ่งไล่ควายป่าไหมคะ
ดิชั้นเอง...
สามร้อยแรงม้า
วิ่งไปคว้าเสื้อหนาว ที่ซ่อนซูกอยู่ในซอกหลีบน้อยๆของที่เก็บของชั้นธุรกิจ
แล้ววิ่งพั่บๆๆๆๆ กลับมาเพื่อจะวิ่งลงบันไดพั่บๆๆๆ
กลับลงมาขึ้นรถ
แต่เดี๋ยวก่อน
ก่อนที่ดิชัน้จะขึ้นรถ
ไอ้รถส่งลูกเรือเซตต่อไป ดันมาจอดพอดี
แล้วดั๊น ไอ้คนขับคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ลืมของของดิชั้น
เค้าก้อบีบแตรปี้นๆ ถามไถ่ด้วยความห่วงใยว่าเจอรึยัง
ไอ้เราก้ออ๊ายอาย
เพราะลูกเรือทั้งไฟลต์นั้น มันรู้หมดเลยว่ากูลืมของ ห่าน ลุงนะลุง...
รถวิ่งป้าบกลับมาที่จอดลูกเรือ
เจอพี่ยาม พี่กาดต่างๆนานา
เค้าก้อถามไถ่ว่าได้คืนรึยัง
อีกแล้ว.. อ๊ายอาย
เดินกลับไป เจอลูกเรืออีกเซต
เค้าก้อถามไถ่กันว่าเกิดอะไรขึ้นกับดิชั้น
เจอร์ดันเป็นเพื่อนตรูด้วย
เอาเข้าไป
ป่านนี้รู้กันทั้งบริษัทแล้วว่าดิชั้นโง่ ลืมของบนเครื่อง
แล้วลำบากเค้าไปทั้งสนามบิน ฮ่าๆ ต้องพากลับไปเอา...
เฮ้อ ขึ้นมาก้อต้องวิ่งวัวเอาเป๋าเงินขายของไปคืนอีก
เจออิมมิเกรชั่นอาระบิคที่ภาคภูมิว่าพูดไทยได้
ดิชั้นพยายามส่อสารว่าดิชั้นมาช้าเพราะลืมของ
เค้าก้อตอบดิชั้นแต่ว่า "เร็วๆๆๆ "
ฮ่วย รู้แล้วว่าพูดไทยได้ ไม่ต้องเร่งตู๊...
แต่
เคยเห็น "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" ไหมคะ
เจอร์ดิชั้นเอง
คุณคิดว่าการลืมของบนเครื่อง
กว่าจะรอรถกลับไปที่เครื่อง
กว่าจะวิ่งไปเอาของ
กว่าจะกลับมา
กว่าจะนู่นนี่...
มันก้อนานอยู่เนอะ
แต่พอเดินออกมา เจอเจอร์เดินลากกระเป๋าผ่าน
ไอ้เราก้องง เลยเดินไปทัก
เค้าบอกว่า ยูรู้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับชั้น
ไอ้เราก้องง เค้าก้อขำ
บอกว่า เค้าลืมไปว่าเอากระเป๋าใหญ่มาด้วย
เลยลากแต่กระเป๋าเล็กเดินสวยๆไปนั่งรอบนรถรอกลับบ้าน
แล้วนึกได้ว่า เอ้ย มีเป๋าใหญ่ด้วยนิหว่า...
เลยต้องเดินกลับขึ้นมาเอา...
ชั้นว่าชั้นเสื่อมแล้ว
เจอเจอร์เยียงนี้เข้าไป... จบข่าววววววววว
จริงๆนะ เป็นวันที่รู้สึกว่า โง่ได้อีก... เป็นอย่างนี้นี่เอง..... 10月19日 เนปาล ประมาณสะดือ ตอน ..หิดขึ้นตรูด หูดขึ้นหน่มน๊ม...หนึ่งในวีรกรรมหาญกล้าของแอร์ไทยใจงามสองคน คือดิชั้นกับลูกจ๋านั้น
เมื่อเรามีวันหยุดตรงกันสี่วันในรอบเดือนอย่างฟลุคๆ
คนเราควรจะทำอะไรได้มากกว่า บินกลับบ้าน หรือออกไปเดินห้าง หรืออยู่เฉยๆเล่นเนตไปวันๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนแรก เราสองตัดสินใจกันแล้วว่าจะไปเยือนไคโร ...
แต่เมื่อมันต้องทำวีซ่าเรื่องเย๊อะ
คนแพ้เปเปอร์เวิร์คอย่างเราสองคนจึงเปิดหาทางอื่นต่อไป
มาโป๊ะชื่อ กาฑมัณฑุ เข้าให้
เช็คไฟลต์ดิ.. ป้าดด ลงตัวพอดี สวยๆสี่วัน
ถามว่าไปเที่ยวเนปาลต้องจองอะไรไหม
คนอย่างเราตอบได้เลยว่า ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น
ตั๋วเครื่องบินยังซื้อเอาเช้าวันนั้นเลย เพราะกลับมาจากซิดนีย์ตอนเที่ยงคืน
นอนก้อไม่ได้นอน กลับมาถึงก้อเก็บของ ซื้อตั๋วเตรียมรูปไปทำวีซ่า เท่านั้นเอง
ผีได้อีก สภาพกาย แต่ใจสู้มาก หน้าเบินไปเลย
เนื่องจากว่ามันเป็นวีซ่า on arrival แปลว่าเราเสียค่าวีซ่าไป 25 ดอลล์ ได้สิบห้าวัน
แต่กว่าเราจะไปถึงนั้น ปาไปสามทุ่มนิดๆ
จากแผนผังที่อ่านมานั้น เราต้องนั่งแท๊กซี่ ที่ใครไม่รู้จะมารู้ได้ยังไงว่าเค้าประกอบอาชีพนี้
เนื่องจากไม่มีสิ่งใดบอกกล่าวเลยว่าเป็นแท๊กซี่
อันนี้ขนาดเป็นรุ่น pre-paid จากสนามบินแล้วนะ ต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์
ตอนออกมาจาก arrival hall ...เค้าจะมีระบบการทำงานที่ออกแนวๆหน่อย
เช่น จะถามไถ่ว่าพักที่ไหน เมื่อรู้สเตปต่อไปเค้าจะทำหน้าเหยียดหยามแล้ว
บอกว่าที่นั่นไม่เห็นจะดี ไปอยู่ที่นี่สิดีกว่า ไอ้เราก็ทั้งๆที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาหรอก
ก้อต้องทำหน้าตายบอกไปว่าอ่อ บุคไว้แล้ว ขอบใจนะ ..เค้าก้อดูงงๆไป
เราพุ่งตัวไปย่านทาเมล หรือเค้าเรียกกันว่าย่านข้าวสารของเนปาล
ซึ่งเราว่ามันดูคลาสสิกกว่าตั้งเยอะ แม้จะมีรอยอารยธรรมขากถุยอยู่เต็มไปหมดก้อตาม
ที่พักของเราวันนี้ คืนนี้ และในอีกสามคืนคือ new florid hotel ..ในราคาคืนละสิบดอลล์
จากที่อ่านมาเค้าว่าเค้าจะลดให้คนไทยเหลือหกดอลล์ เรากะว่าสบายแล้ว ชิล
ปรากฏว่าดันไปหน้าไฮซีซั่น เค้าไม่ลดให้ แต่แถมอาหารเช้าให้แทน ..อ่าว... ซะงั้น
ทุกอย่างของโรงแรมนี้ดีหมด
ยกเว้น เตียงและส้วม เอ่อ ได้ข่าวว่านั่นคือองค์ประกอบสำคัญของอาชีพนี้
แล้วห้องพักของเราจำเป็นจะต้องอยู่บนชั้นสี่ เหมือนตอนไปรัสเซีย
หลังแอ่นท่าเดียวกันเลย จนบัดนั้นจนวันนี้ก้อยังไม่ได้ซื้อกระเป๋าเป้แบคแพคนะเนี่ย
เตียงนี้ ผู้ใดอยากฝึกตนเป็นฤาษี ควรมาพักเป็นที่ยิ่ง ท่านจะได้หมอนล้านปี
ที่ใช้หนุนมาตั้งแต่ยุคกำเนิดไดโนเสาร์
แข็งได้อีก เสมือนเอาตัวจามรีมาขัดครึ่งให้เรานอน ส่วนเตียงนั้นไซร้
ไม่พูดว่านอนพื้นยังนุ่มกว่าเลย
เมื่อเหลียวไปเจอห้องน้ำ เราต้องกรีดร้องออกมาเบาๆด้วยความตระหนก
ถึงฟังชั่นต์ที่ออกแบบมาเพื่อการไร้ประโยชน์อย่างสูงสุด
นั่นคือ ทำอะไรก้อได้ให้อาบน้ำลำบากที่สุด พร้อมสบู่กลิ่นมะลิหนึ่งก้อน
ที่เรายอมเอาของเราเองมาใช้ดีกว่านะ
และเค้าจะมีบริการผ้าเช็คตัว ที่แถวบ้านเราเอาไว้เช็ค .....
ด้วยความรีบเราเอามาแต่ผ้าเช็คหน้าเช็คผม ไม่พอแบ่งเช็ดตัวกันสองคน
เลยต้องจำยอมใช้เค้าไป....
นอกนั้นแล้ว บุคลากรของโรงแรมก้อดี อะไรก้อดี เยี่ยมไปหมด ...
และอีกอย่างคือ นอนพัดลม แต่ไม่เลวร้ายมาก เพราะอากาศหนาวทีเดียวตอนกลางคืน
ต้องเลือกเอาว่าจะเอาเตียงสบายหรืออะไร
แต่ครั้งหน้ามา ขอเลือกเตียงสบายละกันนะ.....
เรารีบนอนแบบแข็งๆกันไป เพราะต้องตื่นเช้านิด ไปดูลาดเลา
แต่ก่อนนอน ไอ้จ๋าดันเปิดทีวีช่องมิวสิคเนปาล
เท่านั้นแหละพี่น้องเอ๊ย นอนไม่ลง มิวสิคมันช่าง เย้ายวนใจ ...มีฮิปฮอปด้วยนะเออ
เต้นส่ายกันซะ ....ฮู้ว
รุ่งเช้า เราโซเซลงมากินอาหารเช้าฟรีกัน ประกอบไปด้วยน้องไข่ดาวที่เลือกได้ว่าเอาสุก
ด้านเดียวหรือสองด้าน แต่ขนาดสองด้านมันยังไม่สุกเลย ด้านเดียวคงเอาไข่ดิบมาให้กินแน่ๆ
และน้องขนมปังปิ้งสองแผ่นกับแยมสตอร์เบอรรี่ที่คาดว่าหมักเอง
และน้องเนย..เอ่อ นมแพะมั้ง ชาหรือกาแฟ และน้องมันฝรั่งผัดอะไรสักอย่างที่เราไม่กล้ากิน...
อิ่มหนำสำราญดี
เราเริ่มกระบวนการ "ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก" ทันที
ด้วยการขอจ้างแท๊กซี่จากโรงแรม ในราคาวันละ 2,400 รูปี หรือหารแล้วตกคนละหกร้อยบาทไทย
ไปยัง...เมืองภักตะปูร์ และนครก็อต (นากาก๊อต nagarkot) อิอิชื่อน่ารัก
พุ่งตัวขึ้นรถไป ก้อแอบดีใจว่าเราได้ย้อนอดีตนั่งรถสมัยคุณพ่อยังหนุ่มนะนี่...
มันเก่าได้ใจเจ๊จริงๆจ้ะ ชอบ
ระหว่างทาง เราก้อสนุกกับการสนทนาเรื่องการเมือง เรื่องราชวงค์ของเนปาล
สนุกและเพลินดีทีเดียว
แว้บเดียวผ่านไป เพลินกับการดูทิวทิศน์และคนรอบตัว
ผู้คนเนปาลอัศยาศัยดีมาก ถ้าเรายิ้มให้ใครแล้วเค้าจะยิ้มตอบทันที
แม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า
ท่านจะน่ารักไปไหม คือเดินๆอยู่ในวัด เดินผ่านพระรูปหนึ่ง เราก้อหลบให้ท่านผ่าน ท่านเดินใช้ไม้เท้าด้วยนะ
เดินผ่านเรา ท่านก้อหันมาทักว่า ฮํลโหลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล .... อย่างงี้เลย
ไอ้เราก้อเอ๊ ท่านคะ สำรวมหน่อยไหม... แต่ก้อน่ารักดีค่ะท่าน
เรามาถึงนครก๊อต ...จากจุดนี้ ถ้าเมฆดีวิวเหมาะเราจะมองเห็นยอดเอเวอร์เรสได้ถนัดถนี่
แต่คนอย่างเรา คำว่าถ้า คือ.. มาผิดเวลาค่ะ ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเมฆสดใส ฮ่วย
แต่เอาน่า ได้ลองเล่นชิงช้าเชือกผูกของเนเปาลแล้ว สนุกดี....
ลงจากนครก๊อต เรามุ่งไปสู่เมืองภักตะปุร์... เริ่มกันที่เดอร์บา สแควร์ โดนค่าเข้าไปไม่กี่ร้อยหรอกค่ะ
แต่มีบริการไกด์เถื่อนที่คาดว่ามันแอบจิ๊จ๊ะกับอีตาคนขับเราที่ชื่อตาประทีปแล้ว
อีตาคนขับรถนี่ ก่อนมาทำอาชีพนี้เค้าคงมีอาชีพเป็นพีอาร์เก่า
นัยว่ารู้จักทุกคนทั่วมุมเมือง
คิดจะขับพาเราไปดูโรงแรมอะไรสักอย่างก้อจะพาไป
เพียงเพื่อที่เค้าจะได้แวะไปทักทายเพื่อนเค้าที่เป็นหัวหน้าพ่อครัวอยู่ที่นั่น
แล้วปล่อยให้พวกเรานั่งรอที่ลอบบี้
หรือว่าขับรถกลับเข้าเมืองอยู่ดี ๆ เจอเพื่อนเค้าเดินอยู่ข้างถนน
ก้อส่งเสียงเรียกให้ขึ้นรถมาด้วยกัน เพื่อนเค้าทำท่าเกรงใจ
แต่ในจุดนั้นแล้ว ไอ้เราก้อต้องสวมรอยทำท่าเชิญชวนกวักมือเรียกเค้า
ขึ้นมาด้วย ทั้งๆที่ในใจคิดว่า แล้วอะไรกันวะเนี่ย ช่วยหารหรือก็เปล่า....
เค้าคิดค่าไกด์ชั่วโมงครึ่ง หกดอลล์ล่าร์ ...ป้าด...
เอามาจ้ะ จัดไป
เดินดูรอบๆไป เค้าก้อจะอธิบายไปเรื่อย แต่ต่อมอยากถ่ายรูปและดูของกรุบกริบของเรามักจะทำงานเสมอๆ
เลยทำให้เค้าต้องหยุดรอหลายรอบ
สุดท้ายแล้วเราทำเวลาเค้าเสียไปโขเลย ปกติชั่วโมงก่า ของเราปาไปสองก่า เลยให้เค้าไปสิบดอลล์เลย
เค้าคงงงอีสองเป็ดนี่...
กลับมาพยายามนอนแต่หัววัน เพราะวันรุ่ง ต้องไปขึ้นไฟลต์ไปชมยอดเขาเอเวอร์เรสใกล้ๆ
ด้วยสายการบินเยติ แอร์ไลน์ ที่มีโลโก้เป็นรูปเท้าบิ๊กฟุต
สายการบินนี้สุดติ่งมาก ตอนเรากลับมาอาบู้แล้ว หวานบอกว่าเฮ้ยแกไม่รู้เหรอว่ามันเพิ่งตก ตายพรึบ
ไอ้เราก้อป้าด ไม่แปลกที่จะตก เพราะเก่าได้อีก แต่ก้อสนุกนะ ได้นั่งเครื่องใบพัดอย่างใจหวังมานาน
กับเงิน 166 ดอลล์ที่เสียไป (แต่จะดีกว่านี้มากถ้ามันรับบัตรเครดิต ตูจะได้มีเงินช้อป)
เครื่องก้อดันดีเลย์ ไอ้เราอะ อะไรก้อได้นะ ยกเว้นแต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องนอน แล้วยังมานอนไม่หลับเพราะ
ไอ้เตียงนรกแตกนั่น มาเจอเรื่องดีเลย์ไม่แจ้งก่อนทั้งๆที่ไฟลต์เราควรเป็นตอนเช้า
แต่นี่เปลี่ยนโดนไม่แจ้ง ดิชั้นเลยวีนไปซะ.....
ลงมาเราก้อจ้างรถคนเดิมอีก 2,000 เพื่อไปเมืองปาตัน และจะมาชมเดอร์บา สแควร์ โกลเด้นเทมเปิ้ล
มหาเบาดา
ซึ่งดูไปแล้วก้อเหมือนกับที่เมืองภักตะปูร์ แต่ที่เมืองภักตะปูร์คนน้อยกว่า
สังเกตว่าเราไปวันสำคัญที่เค้าเพิ่งเชือดแกะ เชือดแพะไป พลาดไปอาทิตย์กว่าเอง
คนทั้งเมืองใส่สาหรี่แดงกันหมดเลย
พวกเราสนุกกับการคุยเรื่องการเมืองกันมากทั้งของเค้าและของเรา...
ตอนเที่ยง ด้วยความหิวมาก คนขับที่รักเลยพาไปกินร้านอาหารออร์กานิค
คือออร์กานิคธรรมดาไม่พอ ยังมีออฟชั่นเสริมคือไม่เอานมหรือไข่ด้วย
โห ปะดิโถ ปะดิเถ... เวรกรำอะไรของชั้นต้องมากินอาหารออร์กานิคมังสวิรัติ.....
ฮือ...กินไปก้อดูเค้าฟาดสีเข้ากำแพงโบสถ์ไป สนุกสุดแสนได้อีก
ตกเย็นเราไปปศุปฏินาถ เป็นวัดฮินดู ติดแม่น้ำบาคมาติ อยู่นอกเมืองไปราวห้ากิโล
อันนี้เราจะไปเจอพิธีเผาศพลอยน้ำกันจะจะ เท่าที่เห็นวันนั้นประมาณหกศพได้
ทั้งแบบเผาแล้ว กำลังจะเผา และเปิดหน้าเพื่อทำพิธีก่อนเผา....
ตัววัดสวยแบบแปลกๆ มีฤาษีจอมปลอมนั่งเก็บเงินนักท่องเที่ยวที่ถ่ายรูป
มีวัวนอนเล่น มีเด็กเป็ดมายืนโวยวายว่า โฟโต้ๆ อยู่ร่ำไป
ดูไปก้อแปลกดี เหมือนยามว่างชาวเนปาลเค้าก้อมานั่งดูการเผาศพหรอ...
แปลกดีจัง
จากนั้น แบตกล้องเราหมด เค้าว่าจะพาไปดูสวะยัมภูนาถ ซึ่งจากที่นี่ เราสามารถเห็นวิวเมืองได้โดยรอบ
สวยดี ทีเดียว..
อะไรไม่พูดนะ ที่สุดของที่สุดของทริปนี้ คือครอบครัวคุณเจ้าของโรงแรมเนี่ยแหละ
จะมีอีตาพ่อ อีตาแม่ ลูกสาวแล้วก้อเด็กทำงานผู้ชายคนนึง
ทุกคนได้ผ่านการอบรมด้านประชาสัมพันธ์มาแล้ว
อัธยาศัยดีมาก ทักทายตลอด แม้บางทีจะติดขัดเรื่องภาษาเช่น
ในกรณีของคุณแม่ วันแรกที่ไปถึง ทักเราได้แค่ นมัสเต
ต่อมาเริ่มทักว่า สวัสดีค่า....
ต่อมาเริ่มหาญกล้าแอบไปเรียนภาษาเพิ่มเติมตอนเราไปทริปขึ้นเครื่องบินเล็กชมเขา
กลับมาตอนกำลังนั่งกินข้าวใต้แสงเทียนเพราะไฟดับนั้น
มีเงาแว้บของใครสักคนวิ้บผ่านมา ไอ้เราก้อตกใจร้องว้ายอุ้ยใส่
ปรากฏคือคุณแม่ เข้ามาถามว่าเที่ยวเขาสนุกไหม
พอเราตอบว่าสนุกมาก และชวนเค้าคุยต่อว่ากินข้าวด้วยกันไหม บลาๆๆๆ
แม่แกก้อเอามือยกประนม ส่ายหัวด๊อกแด๊ก แล้วตีสเตปถอยหลังจากไปเงียบๆ
ปล่อยพวกเรางงกันว่าอ่าว ตกลงเรียนมาแค่นี้หรอ เลยจบการสนทนาดื้อๆงี้เลย...
ตลกดี
หรือน้องเด็กชาย ที่เราถามว่าน้ำส้มคั้นสดหรือเปล่า
เค้าตอบว่า ไม่สดหรอก เป็นแบบขวด แต่ถ้าเทอสั่ง ทางเราก้อจะเทใส่แก้วให้
เราก้อเอ๊ จะน่ารักไปไหน ตอบแค่ว่าไม่สดก้อจบกัน...ต้องมาอธิบายอะไรกันอี๊ก
ดูแล้วเค้าซื่อๆดี
วันรุ่ง เราไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น เงินก้อไม่พอแล้ว
วันนี้จรดบ่ายเราจะทุ่มตัวเพื่อการช้อปอย่างเดียว
เรากลับกันที่ ดิชั้นได้กางเกงเลหกตัว รองเท้าสามคู่ไว้เดินในบ้าน
ผ้าพาชมินา ผ้าขนแย๊ก ไว้คลุมไหล่ให้แม่ กับผ้าห่มไว้ห่มบนเครื่องตอนกลับบ้าน
อุ่นมาก น้องเสื้อถัก น้องผ้าพันคอสองผืน น้องหมวกถักเท่ๆ...
ทั้งหมดทั้งปวง หมดเงินไปสามพันบาท....สะใจนัก
แต่ไม่ถึงบ่าย...เงินก้อหมด ถึงกับต้องเอาเงิน AED แลกกันเลยทีเดียว...
จุดนั้น จ๋ากมลคิดคำนวณเงินค่ารถไปสนามบินผิด ถึงกับต้องบังคับให้คืนเสื้อยืดที่ซื้อ
ฝากปู้ชายกันเลยทีเดียว
แต่หลังจากนั้น หญิงคนนี้สามารถไปต่อรองจนได้เสื้อกลับมาในราคาพิเศษแสรดๆ
และเค้าคงค้าขายไม่ได้อีกนานหลายศตวรรษเลย
ขากลับ ดวงคนมันจะเท่ๆอะนะ
ไฟลต์เต็ม แต่ดีเลย์เค้าเลยโอนผู้โดยสารไปไฟลต์ของกาต้าร์
เราเลยมีวาสนาเอาตัวขึ้นเครื่องกลับมา หลังดีเลยฺไปสองชั่วโมงนิดๆ
กลับมาโดยสวัสดิภาพค่ะ...
ประทับใจเนปาลมากมาย... ไว้ไปอีกนะ
อาจขาดอะไรไปบ้างไม่ขอรับผิดชอบ เพราะง่วง อัพได้เท่านี้ค่ะ...ตามคำเรียกร้องของเพื่อนๆ
|
|
|